posttoday
แนงโน้มผลประกอบการจะชี้นำตลาดหุ้นแทนการเมือง

แนงโน้มผลประกอบการจะชี้นำตลาดหุ้นแทนการเมือง

13 สิงหาคม 2556

ตัวแปรการเมืองจะมีน้ำหนักลดลง ขณะที่การรายงานงบไตรมาส 2 ช่วงโค้งสุดท้าย และแนวโน้มผลประกอบการ รวมถึงการคาดการณ์การลด QE ของเฟด จะมีน้ำหนักมากขึ้นในการชี้นำตลาดหุ้น

ตัวแปรการเมืองจะมีน้ำหนักลดลง ขณะที่การรายงานงบไตรมาส 2 ช่วงโค้งสุดท้าย และแนวโน้มผลประกอบการ รวมถึงการคาดการณ์การลด QE ของเฟด จะมีน้ำหนักมากขึ้นในการชี้นำตลาดหุ้น

ดัชนีหุ้นไทยเด้งจากแถว 1,400 จุดต้นๆ หลังความเสี่ยงทางการเมืองลดฮวบ สภาผู้แทนฯ ผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ วาระแรก โดยปราศจากความรุนแรง ขณะที่รัฐบาลยกเลิกกฎหมายมั่นคงฯ ก่อนครบกำหนด

หุ้นที่อ่อนไหวต่อการเมืองดีดนำตลาด โดยเฉพาะหุ้นรับเหมาก่อสร้าง หลังบรรเทากังวลเรื่องความล่าช้าของ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท และงบประมาณปี 2557

ดัชนีหุ้นไทยยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,450 จุด หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด 45 ท่าน ออกมาหนุนให้เริ่มลดการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ (ลด QE) ก่อนสิ้นปีนี้ หลังประเมินเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวต่อเนื่อง

นักลงทุนต่างชาติยังคงลดการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย โดยขายสุทธิอีก 10,374 ล้านบาท ในช่วงวันที่ 19 ส.ค. 2556 ดันยอดขายสุทธิสะสมปีนี้พุ่งเป็น 86,461 ล้านบาท (1 ม.ค.9 ส.ค. 2556) เมื่อผนวกกับแรงขายในตลาดตราสารหนี้ไทย มีส่วนสำคัญที่กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงมาเคลื่อนไหวอยู่แถว 31.25 บาท/เหรียญสหรัฐ บาทที่อ่อนค่าลงจะส่งผลดีต่อการส่งออก หุ้นส่งออกและเศรษฐกิจไทยโดยรวมในระยะถัดไป

น่าสังเกตว่าดัชนีหุ้นไทยผันผวนจากราคาหุ้น MAKRO ที่วันพฤหัสฯ พุ่งแรงเกือบ 200 บาท แต่วันศุกร์กลับดิ่งลง 298 บาท มีผลต่อดัชนีหุ้นราว +/ 45 จุด หลัง CPALL ทำคำเสนอซื้อหุ้น MAKRO เสร็จ เหลือหุ้น MAKRO หมุนเวียนในตลาดเพียง 2.12% ของหุ้นทั้งหมด แต่มาร์เก็ตแคปยังสูงเกือบ 2 แสนล้านบาท ราคาหุ้น MAKRO ที่เหวี่ยงแรง จะมีผลต่อการคำนวณดัชนี SET ดัชนี SET จึงอาจไม่สะท้อนภาพรวมที่แท้จริงของตลาดหุ้น

ทางการจีนรายงานช่วงสุดสัปดาห์ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 9.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งตัวขึ้นจาก 8.9% ในเดือน มิ.ย. ขณะที่ยอดส่งออกโต 5.1% ในเดือน ก.ค. ส่วนการนำเข้าเพิ่ม 10.9%

ข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่ดีเกินคาด ช่วยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะน้ำมันและทองคำ รวมถึงหุ้นโภคภัณฑ์ ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงในวันจันทร์ดีดรับข่าว 2.4% และ 2.1% ตามลำดับ

ฤดูแห่งการรายงานงบไตรมาส 2 ใกล้จะสิ้นสุดลงในสัปดาห์นี้ ต้องตามต่อไปคือ แนวโน้มผลประกอบการท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจแผ่วและความล่าช้าของการลงทุนในเมกะโปรเจกต์ ขณะที่กระแสเงินทุนจะไหลออกอีกมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นกับการปรับพอร์ตของนักลงทุนต่างชาติ โดยขึ้นอยู่กับตัวแปรการลด QE ของเฟด และความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจีนจะชะลอแรง

ขณะนี้ตลาดได้รับข่าวเฟดเตรียมลด QE ไปค่อนข้างมากแล้ว เห็นได้จากนักเศรษฐศาสตร์ครึ่งหนึ่ง คาดว่าเฟดจะเริ่มลด QE ในเดือน ก.ย.ที่เหลือเกือบทั้งหมดเชื่อว่าจะเริ่มลดก่อนสิ้นปีนี้

ในสัปดาห์นี้ต้องจับตาถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขาแอตแลนตาและสาขาเซนต์หลุยส์ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค. ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ส่วนเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนนั้น ตลาดได้รับรู้ไปเยอะแล้วเช่นกันว่า เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลง เหลือโตใกล้ 7.5% ในปีนี้ แต่ปัญหา NPL ในระบบการเงินจีน ยังอาจเห็นแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็ง ต้องตามดูกันไปยาวๆ

ประเด็นการเมืองบ้านเราจะร้อนอีกครั้ง คงเป็นช่วงที่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวาระที่ 3 ก่อนถึงจุดนั้น อุณหภูมิจะร้อนขึ้นหากมีการแปรญัตติสอดไส้ประเด็นที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยตีฆ้องร้องป่าวบอกสังคมไว้ก่อนหน้านี้

สัปดาห์นี้ ดัชนีหุ้นจะแกว่งออกด้านข้าง หาจังหวะทยอยเก็บหุ้นพื้นฐานดีที่เทรดต่ำกว่ามูลค่าระยะยาว เช่น ADVANC, INTUCH, CPALL, BGH, JAS, BTS, CPN, HMPRO เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน