
SMEมะกันจ้างงานแกร่งแซงบริษัทใหญ่
ธุรกิจรายย่อยเมืองลุงแซมจ้างงานมากกว่าบริษัทใหญ่ ได้รับอานิสงส์จากภาคอสังหาฯ ที่ฟื้นตัว
ธุรกิจรายย่อยเมืองลุงแซมจ้างงานมากกว่าบริษัทใหญ่ ได้รับอานิสงส์จากภาคอสังหาฯ ที่ฟื้นตัว
นักวิเคราะห์ เปิดเผยว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในสหรัฐ กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศเมื่อช่วงปี 2550 ซึ่งเห็นได้จากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่ง แซงหน้าอัตราการจ้างงานของบรรดาบริษัทขนาดใหญ่
ข้อมูลจาก ออโตเมติก ดาตา โปรเซสซิง ซึ่งเป็นหน่วยงานจัดการเงินเดือนพนักงานบริษัท พบว่าธุรกิจรายย่อยในเมืองลุงแซมที่มีพนักงานต่ำกว่า 50 คน มีอัตราการจ้างงานในระดับสูงขึ้นที่ 8.2 หมื่นคน ในเดือน ก.ค. และ 8.5 หมื่นคน ในเดือน มิ.ย. หรือคิดเป็นสัดส่วนการจ้างงานมากถึง 42% ของการจ้างงานทั่วประเทศ
ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสหรัฐ พบว่าเอสเอ็มอีที่จ้างพนักงานไม่เกิน 10 คนนั้นมีการจ้างงานมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2550
“ธุรกิจรายย่อยกำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทำท่าจะฟื้นช้าสุด” มาร์ค แซนดี นักเศรษฐศาสตร์จากมูดี้ส์ อนาไลติกส์ ระบุ
ด้านนักวิเคราะห์ชี้ว่า การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในหมู่เอสเอ็มอีนั้นเป็นผลพวงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐโดยรวม โดยเฉพาะการฟื้นตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น 12.2% ใน 120 เมืองทั่วประเทศ
“รายได้ครัวเรือนกำลังฟื้นตัวเช่นเดียวกับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์อื่นๆ ของชาวอเมริกัน ซึ่งช่วยเพิ่มทุนให้กับผู้ประกอบการใหม่หลายๆ คน” ซาราห์ วัตต์ นักเศรษฐศาสตร์จาก เวลส์ ฟาร์โก ซิเคียวริตี ระบุ
อย่างไรก็ตาม แม้ภาคธนาคารในประเทศเริ่มผ่อนกฎปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีมากขึ้น ทว่า ธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะที่เปิดกิจการไม่เกิน 6 ปีนั้น ยังคงเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงสินเชื่อเหมือนเดิม ส่งผลให้เอสเอ็มอีใหม่เหล่านี้ตัดสินใจที่จะชะลอการจ้างงานลง โดยข้อมูลจากเวลส์ ฟาร์โก พบว่าจำนวนพนักงานเฉลี่ยในบริษัทใหม่ซึ่งรวมถึงแฟรนไชส์อยู่ที่ 4.7% ในปี 2555 จากเดิม 7.5%ในปี 2537
ทั้งนี้ ปัจจุบันอัตราว่างงานสหรัฐอยู่ที่ระดับ 7.4% ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทว่านักวิเคราะห์เตือนว่า การฟื้นตัวของตลาดการจ้างงานยังคงเป็นไปอย่างเชื่องช้า







