
ขอพันล.โซนนิงอ้อย
เสนอครม.เคาะมาตรการจูงใจเล็งเดินหน้าเฟสแรก2.5ล้านไร่ปีนี้
เสนอครม.เคาะมาตรการจูงใจเล็งเดินหน้าเฟสแรก2.5ล้านไร่ปีนี้
กระทรวงเกษตรฯ เคาะมาตรการจูงใจเปลี่ยนข้าวเป็นอ้อยเสนอ ครม.ของบ 1,000 ล้าน
นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ผลการหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและสมาคมอ้อยและน้ำตาล เพื่อหามาตรการสนับสนุนเกษตรกรที่เข้าโครงการโซนนิงพื้นที่เกษตร ซึ่งปรับจากข้าวนาดอนเป็นอ้อย เห็นตรงกันว่ารัฐจะสนับสนุนโดยการชดเชยดอกเบี้ย 0% ปัจจัยการผลิต ให้กับเกษตรกรที่เข้าโครงการ
สำหรับผลการสำรวจของผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 45 จังหวัด เบื้องต้นตอบกลับมาแล้ว 38 จังหวัด พบว่ามีเกษตรกรที่ประสงค์เข้าโครงการประมาณ 1.6 ล้านไร่ คาดว่าจะใช้งบประมาณในโครงการนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอให้นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไปเพื่อให้โครงการสามารถเดินได้ก่อนเดือน พ.ย. 2556
“รัฐบาลเห็นว่าโครงการโซนนิงพืชเกษตร อ้อยน่าจะมีความชัดเจนที่สุด เพราะใช้ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าว ซึ่งมีประมาณ 27 ล้านไร่ แต่หากต้องเริ่มทุกพืชจะใช้งบกว่าหมื่นล้านบาทเพื่อสร้างมาตรการจูงใจ แต่หากเป็นพืชอื่น เช่น ปาล์ม มันสำปะหลัง ที่ราคาโลกยังแกว่ง จะมีปัญหาได้หากราคาตกปัจจุบันจึงเห็นว่าอ้อยน่าจะเหมาะสมที่สุดเพราะกำลังการผลิตของโรงงานยังขาดกว่า 100 ล้านตันต่อปี” นายฉลอง กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นว่าต้นทุนปลูกข้าวประมาณ 4,400 บาทต่อไร่ แต่หากปลูกอ้อยประมาณ 1.1 หมื่นบาทต่อไร่ รัฐจึงควรเข้ามาช่วยเหลือ โดยจะมีการช่วยใน 3 รูปแบบ คือ 1.กระทรวงการคลังโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะช่วยเหลือในการชดเชยดอกเบี้ย 7% ให้กับเกษตรกรในเงินกู้ที่โรงงานน้ำตาลให้หรือค่าเกี่ยว ระยะเวลา 1 ปี 2.การช่วยเหลือปัจจัยการผลิตโดยการเติมเงินในบัตรเครดิตเกษตรกรอีก 1,000 บาทต่อราย และ 3.กรณีชาวนาเป็นหนี้ ธ.ก.ส.มาก่อน ธ.ก.ส.จะลดดอกเบี้ยให้ 3% ระยะเวลา 3 ปี เพื่อจูงใจเกษตรกรให้ปรับอาชีพ
นายฉลอง กล่าวว่า ที่รัฐต้องเลือกเอาอ้อยโรงงานเพียงตัวเดียวเพราะตลาดมีความต้องการมากและราคาดี โดยสมาคมอ้อยและน้ำตาลระบุว่าปัจจุบันโรงงานน้ำตาลใน 51 แห่งมีความต้องการอ้อยเพิ่มขึ้นถึง 7.2 ล้านไร่ ใน 23 ปีข้างหน้า หรือต้องการผลผลิตเพิ่มถึง 100 ล้านตัน ในขณะที่พืชอื่นมีปัญหาด้านราคารับซื้อที่ภาคเอกชนไม่กล้าประกันราคารับซื้อ
ทั้งนี้ โครงการจะแบ่งเป็น 3 เฟส โดยเฟสแรกจะเริ่มในปี 2556 ตั้งเป้าประมาณ 2.5 ล้านไร่ เบื้องต้นได้ที่ดินแล้ว 1.6 ล้านไร่ เฟสสองปีต่อไป 2.6 ล้านไร่ และเฟสสาม 1.9 ล้านไร่







