
CSR พลังขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน (ตอน 1)
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับว่ากระแส CSR หรือการทำธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมได้เข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับว่ากระแส CSR หรือการทำธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมได้เข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าบริษัทได้ดำเนินธุรกิจไปพร้อมๆ กับการให้ความสำคัญกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน รวมไปถึงสังคมรอบๆ ตัวธุรกิจ
วันนี้จึงขอนำเอาเรื่องขององค์ประกอบของ CSR มานำเสนอเพื่อให้ท่านที่สนใจในเรื่องดังกล่าว มีความเข้าใจและสามารถดำเนินการด้าน CSR ได้ถูกทิศทางและเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น
การประยุกต์ CSR เข้ากับธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมในทุกขนาดไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ หรือระหว่างประเทศนั้น ก็ได้มีการรวบรวมลักษณะรูปธรรมในการดำเนินธุรกิจด้าน CSR ไว้โดยเฉพาะ จากคณะกรรมการการรับผิดชอบต่อสังคมแห่งยุโรป ซึ่งได้กล่าวว่า CSR นั้นมีอยู่ 2 มิติที่สำคัญดังนี้
มิติภายใน อันเป็นการดูแลกิจกรรมต่างๆ ที่ธุรกิจนั้นดำเนินการอยู่และจัดการได้โดยตรง เช่น การจัดการแรงงาน กระบวนการผลิต หรือการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
มิติภายนอก เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่บริษัทอาจจะควบคุมไม่ได้โดยตรง เช่น การดูแลลูกค้า การรับผิดชอบต่อซัพพลายเออร์ และการสนับสนุนกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคม เป็นต้น
สำหรับมิติภายในสามารถอธิบายเพิ่มเติมโดยแบ่งออกเป็น 1.การจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม องค์กรต่างๆ ปัจจุบันมีความท้าทายที่จะต้องดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถ ดังนั้นธุรกิจควรส่งเสริมการจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างมีความรับผิดชอบ เช่น ด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต การให้ข้อมูลที่โปร่งใสกับพนักงานในทุกๆ ด้าน การให้ความสมดุลระหว่างงาน ชีวิตครอบครัว และการพักผ่อน การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันทั้งด้านการคัดเลือกเข้าทำงาน รายได้ และความก้าวหน้าทางการงานโดยเฉพาะผู้หญิงและคนพิการ การดูแลเอาใจใส่พนักงานโดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนั้น ในด้านการเรียนรู้ธุรกิจควรที่จะให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมในระดับต่างๆ หรือแม้กระทั่งการมีนโยบายที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ และที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในที่ทำงานให้ได้
2.สุขภาวะและความปลอดภัยในการทำงาน ถึงแม้ว่าจะมีกฎหมายควบคุมดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน แต่การคิดวิเคราะห์ว่าจะทำอย่างไรให้พนักงานมีสุขภาพและความปลอดภัยที่ดีนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าการปฏิบัติตามกฎหมายขั้นต่ำเสียอีก เพราะการทำให้พนักงานเกิดความสุขและมีสุขภาพแข็งแรงย่อมนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพขององค์กรในที่สุด
3.การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง เมื่อองค์กรต้องเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือวิกฤตการณ์ภายใน เช่น การปรับโครงสร้างภายในขององค์กร การควบรวมกิจการต่างๆ ซึ่งมักจะนำมาสู่การเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก องค์กรควรปรึกษาหารือและสร้างความร่วมมือในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน ผู้บริหาร หรือแม้แต่ลูกค้า เพื่อนำมาซึ่งการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนเพราะหากไม่ทำเช่นนั้น อาจทำให้ความเชื่อถือ ความไว้วางใจและความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับองค์กรต้องเสียไป
ฉบับหน้าจะมาต่อในอีกองค์ประกอบที่เหลือรวมถึงมิติภายนอกว่าจะเป็นเรื่องใดบ้าง สำหรับวันนี้สุขสันต์วันแม่ ขอให้คุณแม่ทุกท่านมีความสุขมากๆ วันหยุดยาวสัปดาห์นี้พักผ่อนให้เต็มที่ เที่ยวให้สนุก อิ่มสุขทุกคนค่ะ
(เนื้อหาจากหนังสือ “ก้าวแรกสู่ CSR การสร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืน”)







