posttoday
แฮปปี้ เอสเอ็มอี จุดสำเร็จธุรกิจใหม่

แฮปปี้ เอสเอ็มอี จุดสำเร็จธุรกิจใหม่

09 สิงหาคม 2556

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

กระแสการแข่งขันในโลกที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้ทุกบริษัทต่างเร่งมุ่งขายสินค้าและวัดความสำเร็จจากการทำธุรกิจด้วยยอดขายและกำไรที่เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง จนทำให้พนักงานเอกชน มนุษย์เงินเดือนหลายคน ที่มุ่งทำงานจนลืมบางสิ่งที่สำคัญสุดในชีวิตไป คือ “ความสุข”

ทั้งนี้ ทำให้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันทำโครงการในชื่อว่า “Happy SMEs” หรือการทำธุรกิจด้วยความสุข เพื่อผลักดันให้เอสเอ็มอีไทยทั่วประเทศหันมาใช้แนวคิดดังกล่าว เพื่อสร้างองค์กรให้มีแต่ความสุขในทุกระดับ

กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เปิดเผยว่า โครงการ แฮปปี้ เอสเอ็มอี ต้องการให้เอสเอ็มอีใช้แนวทางทำธุรกิจด้วยหลัก 3P ประกอบด้วย 1.คน (People) ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข อัตราเข้าออกพนักงานต่ำ 2.ผลประกอบการทางธุรกิจ (Profit) ที่ทำให้ผู้ประกอบการในองค์กรพอใจในการทำงาน และช่วยเหลือในยามวิกฤต 3.สภาพแวดล้อม (Planet) บุคลากรในองค์กร มีส่วนร่วมในการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ วางเป้าหมายในปีแรกจะร่วมโครงการกับเอสเอ็มอี 10 ราย และในอีก 3 ปี มีเอสเอ็มอีเข้ามาร่วมโครงการมากกว่า 100 ราย พร้อมกับต้องการให้เอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการถ่ายทอดความรู้และกระตุ้นที่มีอยู่ทั่วประเทศ 3 ล้านรายให้ใช้แนวคิด แฮปปี้ เอสเอ็มอี

ด้าน เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า โครงการนี้ใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท โดยได้ร่วมมือกับ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น ผลิตรายการผ่านสื่อโทรทัศน์ ผลิตเป็นหนังสือ และทำเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งอยากให้เอสเอ็มอีทำธุรกิจด้วยความสุข ไม่ให้วัดความสำเร็จจากยอดขาย เพราะต้นแบบขององค์กรที่ประสบความสำเร็จมาจากการให้ความสนใจและใส่ใจพนักงาน ดูแลพนักงานดีที่สุด

ตัวอย่างความสำเร็จของ แฮปปี้ เอสเอ็มอี อาทิ “กานต์ ไตรทอง” เจ้าของ บริษัท มีฟาร์มสุข (ไม่) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวหอมปลอดสารพิษ ในชื่อ “ข้าวหอมคุณยาย” เกษตรกรชาวนาในวัย 40 ปี ที่เปลี่ยนชีวิตของตัวเองจากพนักงานในบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในสิงคโปร์ รายได้สูงมาก หันมาทำนาเพราะอยากเติมสิ่งที่ขาดหายไปจากการทำงานมานับสิบปีในบริษัท คือ “ความสุขที่แท้จริงของชีวิต”

“เราทำงานด้านการให้ข้อมูลการเงิน ดูแลตลาดอาเซียน การงานก้าวหน้ามาก จนวันหนึ่งมาถามตัวเองว่า เงินเท่ากับความสุขไหม คำตอบคือ ไม่เท่า แล้วเราจะเลือกอะไรให้กับชีวิต คำตอบคือ ความสุข” กานต์ กล่าว

ดังนั้น เขาจึงเปลี่ยนมาเติมเต็มความสุขให้กับชีวิต ด้วยการทำนา เพราะมีที่ดินของครอบครัว การทำนาไม่ต้องทำตลอดเวลา มีวันหยุดที่เลือกทำในสิ่งที่ชอบ ซึ่งได้ศึกษาข้อมูลการทำนาจากอินเทอร์เน็ตและเรียนวิชาทำนาจากอาจารย์ที่มาสอนให้ความรู้แก่ชาวนาใน จ.สระบุรี เริ่มต้นทำนาในปีแรก 2552 ที่ดิน 12 ไร่ ทำนาแบบปลอดสารพิษ มีเป้าหมายอยากผลิตข้าวหอมมะลิให้มีคุณภาพดีที่สุด

เมื่อทำนาปีแรกผลผลิตออกมาสูงเกินความต้องการ จึงนำไปขาย แต่พบว่าโรงสีปฏิบัติเหมือนมาขอทาน จึงหันมาทำนาแบบครบวงจร ทั้งสีและผลิตขายเองทั้งหมด ดังนั้นได้ทำหนังสือขอเข้าไปเยี่ยมกระบวนการผลิตข้าวของโรงสีข้าวตัวอย่างสวนจิตรลดา พร้อมกับสร้างแบรนด์ในชื่อ “ข้าวหอมคุณยาย” ไปร่วมออกงานแสดงสินค้า (บูธ) ในพื้นที่ต่างๆ จนลูกค้ารู้จักและเมื่อรับประทานแล้วชอบ จึงเกิดการบอกปากต่อปาก กลายเป็นสินค้าที่ลูกค้านิยมซื้อไปฝากกัน

มาถึงปัจจุบัน มีที่ดินปลูกข้าวรวม 47 ไร่ อ.หนองแซง จ.สระบุรี และมีที่ดินของชาวนาที่เป็นเครือข่ายจ.สระบุรี รวม 60 ไร่ มีช่องทางจำหน่ายสินค้าในร้านบ้านไร่กาแฟ และร้านสะดวกซื้อ ซีเจ เอ็กซ์เพรส ที่เป็นเครือข่ายใหญ่สุดในภาคตะวันออก มีสาขารวม 140 สาขา โดยมีบรรจุภัณฑ์สินค้า 2 แบบคือ ขนาด 2 กิโลกรัม ราคา 140 บาท และ 1 กิโลกรัม ราคา 75 บาท

อีกทั้งมีลูกค้าจากประเทศสิงคโปร์และยุโรป ติดต่อขอซื้อข้าวหอมคุณยาย และตั้งเป้าหมายในอนาคตอยากมีพื้นที่ปลูกข้าว 400 ไร่ ก็เพียงพอทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้ ทำให้ชีวิตมีความสุข มีเวลาทำในสิ่งที่อยากทำมากสุด และมีพนักงานในบริษัท 6 คนก็เหมาะสมกับการทำธุรกิจแล้ว

ผ่านมา 4 ปีแล้ว บริษัท มีฟาร์มสุข (ไม่) จำกัด และ “กานต์” ได้รับการยกย่องว่าเป็นชาวนาที่มีความสุขมากสุดในประเทศไทย นี่คือ “แฮปปี้ เอสเอ็มอี” แนวคิดใหม่ทำธุรกิจที่สร้างสุขจากภายในและภายนอก ทำให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI