
คลังมั่นใจศก.วิ่งฉิว
สศค.ปรับประมาณการเพิ่มเป็น5.5%งบค้างท่อกระตุ้นอสังหาฯปีนี้ยังคึก
สศค.ปรับประมาณการเพิ่มเป็น5.5%งบค้างท่อกระตุ้นอสังหาฯปีนี้ยังคึก
คลังปรับตัวเลขเศรษฐกิจใหม่ปีนี้โตได้ 5.5% จากน้ำยากระตุ้นของรัฐบาล
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.อยู่ระหว่างการประมาณการเศรษฐกิจใหม่ จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้แค่ 44.5% แต่เมื่อรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 55.5%
นายสมชัย ยอมรับว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาไม่มีการทุ่มเงินจำนวนมาก หรือการลดภาษีเยอะๆ เหมือนที่ทำกันมา เพราะต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางและยาว และเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวเพิ่มได้ถึง 1%
ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบถือเป็นมาตรการต่อยอดเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ขจัดอุปสรรคที่มีอดีต ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณมีประสิทธิภาพ เพื่อนำงบประมาณค้างท่อออกมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เมื่อผนวกกับการสนับสนุนโครงการลงทุนรถยนต์อีโคคาร์ที่จะมีเอกชนเข้ามาลงทุนรวมกันเป็นเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท จึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยที่รัฐบาลไม่ต้องออกเงิน
นายสมชัย กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทำเศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่ม จะทำให้การเก็บรายได้ของรัฐบาลได้ตามเป้าและสัดส่วนหนี้สาธารณะของประเทศอยู่ในระดับสูง ทำให้ฐานะการเงินการคลังของประเทศแข็งแรง มีเสถียรภาพสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนเพิ่มขึ้น
ขณะที่นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ประเมินว่า ยอดปฏิเสธการยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรก จะมีผลกระทบต่อภาพรวมการเติบโตสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปีนี้ไม่มากนัก เนื่องจากครึ่งปีแรกขยายตัวไปแล้วประมาณ 5%
“ภาคอสังหาฯ ไม่ควรโตมากเกินไป หรือโตเร็วกว่าภาพรวมเศรษฐกิจ ผมมองว่าโตที่ระดับ 510% ถือว่าน่าพอใจ ซึ่งสินเชื่อครึ่งปีแรกก็โตได้ตามเป้าแล้ว ทำให้ภาพรวมทั้งปีน่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท” นายกิตติ กล่าว
นายกิตติ กล่าวว่า สำหรับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ว่าจะไม่มีผลโดยตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่เชื่อว่าในท้ายที่สุดเมื่อเงินหมุนเวียนในระบบดีขึ้นก็จะส่งผลดีทางอ้อมต่อภาคอสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ตาม อยากเสนอให้ภาครัฐยกเลิกการเก็บภาษีเงินได้และค่าธรรมเนียมการโอนต่างๆ ให้กับผู้ที่ต้องการขายบ้านเก่าไปซื้อบ้านใหม่เพื่ออยู่อาศัยจริง โดยให้โควต้า 1 หลังต่อ 1 คน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการซื้อขายให้คึกคักขึ้นและทำให้ตลาดบ้านมือสองขยายตัวขึ้น 3-4 เท่า







