
ปฏิเสธกู้บ้านเหตุรายได้ไม่พอ60%
แบงก์ปฏิเสธกู้บ้านจากรายได้ไม่พอ พุ่งเท่าตัวเป็น 60% หลังภาระหนี้เพิ่มจากสินเชื่อบุคคล
แบงก์ปฏิเสธกู้บ้านจากรายได้ไม่พอ พุ่งเท่าตัวเป็น 60% หลังภาระหนี้เพิ่มจากสินเชื่อบุคคล
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และเลขาธิการสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า ปัจจัยที่ทำให้ผู้กู้ซื้อบ้านมีสัดส่วนไม่ผ่านการอนุมัติสูงขึ้น หรืออนุมัติวงเงินได้น้อยลงในปัจจุบัน เพราะรายได้ของผู้กู้ไม่เพียงพอ
ทั้งนี้ ในอดีตเหตุผลของการกู้ไม่ผ่านไม่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้าน เป็นเพราะมีประวัติหนี้เสีย 30% รายได้ไม่เพียงพอ 30% ส่วนที่เหลืออีก 40% เป็นเหตุผลอื่นๆ แต่ปัจจุบันประเด็นเรื่องรายได้ไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้กู้ไม่ผ่านเพิ่มขึ้นสูงถึง 50-60% ซึ่งอาจมาจากการที่รายได้ผู้กู้น้อยจริงๆ และจากการที่มีภาระหนี้เพิ่มขึ้น ทำให้รายได้ไม่เพียงพอที่จะผ่อนชำระ
“หลายคนอาจจะพูดถึงเรื่องรถคันแรกทำให้คนกู้ไม่ผ่านเพิ่มขึ้น แต่จริงๆ แล้วเป็นเพราะภาระหนี้โดยภาพรวมของผู้ขอกู้เพิ่มขึ้น ทั้งจากบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล”นายชาติชาย กล่าว
ขณะที่กระแสข่าวว่าอาชีพข้าราชการเริ่มเสี่ยงจนสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้นั้น มองว่าการอนุมัติสินเชื่อหรือไม่อนุมัติไม่ได้เกี่ยวกับอาชีพ แต่เกี่ยวกับเรื่องรายได้เพียงพอต่อการผ่อนค่างวดต่างๆ หรือไม่มากกว่า ส่วนปัจจุบันอาชีพที่เสี่ยงขอกู้ยากยังคงเป็นกลุ่มผู้ประกอบการอาชีพอิสระ
ด้านธนาคารกสิกรไทยยังไม่มีนโยบายปรับเกณฑ์การปล่อยกู้ โดยผู้ที่มีรายได้ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ขอกู้ได้ 7.5 แสนบาท มีรายได้ 2 หมื่นบาท ขอกู้ได้ 1 ล้านบาท แต่เข้มกับการปล่อยกู้กับกลุ่มลูกค้าที่ขอกู้เพื่อซื้อบ้านหลังที่ 3 มากขึ้น
นายชาติชาย กล่าวว่า ส่วนภาพรวมการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยประเภทปล่อยกู้ใหม่ปี 2556 อยู่ที่ 4.5 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสะสมปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท เติบโต 8% จากปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท







