
เซริบัดดี้สุดเลิฟของดีเจอิคคิว
อิคคิว-พีระพล เสนาคุณดีเจหนุ่มมาดทะเล้น พาบัดดี้ที่เขารักเสมือนน้องสาวแท้ๆ มาให้เราได้ยลโฉม
อิคคิว-พีระพล เสนาคุณดีเจหนุ่มมาดทะเล้น พาบัดดี้ที่เขารักเสมือนน้องสาวแท้ๆ มาให้เราได้ยลโฉม
โดย ลิตเติ้ลแอล / ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
ปุจฉา? วิสัชชา ป่าวครับวันนี้ดีเจหนุ่มมาดทะเล้น อิคคิว-พีระพล เสนาคุณ จากคลื่น 94.0 EFM และรายการ Five Live ทางช่อง 5 ที่ใครก็พากันหลงรักเขามากยิ่งขึ้นเมื่อได้ฟังเสียงนุ่มๆ ในเพลง “เสียงบ่นของคนเหงา” ที่กระแทกใจคนเหงาไร้คู่กันแบบเต็มๆ ไม่ได้มาท้าประลองเชาว์ปัญญา แต่พาบัดดี้ที่เขารักเสมือนน้องสาวแท้ๆ มาให้เราได้ยลโฉม พร้อมบอกเล่าเรื่องราวความรักความผูกพันระหว่างกัน และความคิดอ่านของเขาที่มีต่อสัตว์ร่วมโลกนั้นก็ช่างจรรโลงใจจริงๆ
“เป็นเรื่องบังเอิญมากครับ ผมอยากเลี้ยงหมาตัวเล็กๆ แบบทีคัพ ไปดูมาหลายที่แล้วก็ไม่ได้สักที พอดีมีเด็กข้างบ้านเขาซื้อมาแล้วแม่เขาไม่ให้เลี้ยง เขาก็เลยเอามาขายให้แม่ผม ที่ชอบพันธุ์เล็กๆ คือผมอยากพาเข้าห้างฯ บ้าง (หัวเราะ)”
เซริ ชื่อนี้มีที่มา “คือเขาเป็นเหมือนลูกสาว เราก็มาดูว่าเด็กคนไหนไฮโซที่สุดตอนนี้ ก็เออ ซูริ ลูกของทอม ครูส นี่ดังที่สุดแล้ว ก็เลยตั้งชื่อที่คล้ายๆ กัน เซริ แปลว่า เชลโล่หลายๆ ตัว ซึ่งผมก็ชอบดนตรี”
“มันเคยตกเกือบตายแนะ แม่ผมไปทำงานกลับมามันก็ดีใจวิ่งไปหา แม่ผมอุ้มมันก็ดิ้นๆ ด้วยความดีใจ จนตกลงมาแอ๊ก น็อกไปเลย ก็พาไปหาหมอ หงอยเป็นอาทิตย์แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ”
“เซริเป็นหมาตัวแรกที่ทำให้แม่ผมรักได้ ปกติแม่ผมจะไม่ค่อยรักหมา ผมไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงเซริก็จะอยู่กับแม่ผมตลอด เหมือนมันรู้ภาษา แม่ผมไปไหนมันก็จะเดินตาม ไปนั่งรอ ไปนั่งอ้อน วันที่มันตกลงมาแม่นั่งร้องไห้เลยนะครับ”
“ตอนแรกเซริก็จะอยู่กับผมที่คอนโด เวลาผมออกไปทำงานก็ต้องเอามันไว้ในห้อง พอกลับมามันก็จะงอน ไม่กินข้าว ไม่เล่นด้วย เราก็ต้องง้อด้วยการให้กินอาหารคนอย่างลูกชิ้น ไก่ทอด ผมก็เคยบอกแม่ห้ามให้มันนะ มันก็อ้อนจนแม่ต้องใจอ่อนทุกครั้ง”
“พ่อผมไม่ได้ทำงานก็เลยขับรถมาเที่ยวบ่อยๆ และก็จะเอาเซริมาด้วยตลอด ผมก็คิดถึงเขานะแต่ถ้าอยู่กับเราแล้วมันลำบากก็ให้เขาอยู่ในที่สบายๆ ดีกว่า เซริมันจะชอบดูทางเวลาขึ้นรถมันก็จะไปเกาะอยู่ที่ประตูรถ แล้วก็มองทางตั้งแต่พัทยาจนถึงกรุงเทพฯ นั่งอยู่ท่าเดียว เวลาดูหนังมันก็จะชอบมานั่งดูด้วย แต่ไม่รู้ว่ามันรู้เรื่องหรือเปล่า (หัวเราะ)”
“ตั้งแต่เด็กๆ พ่อจะปลูกฝังว่าสัตว์ทุกตัวเหมือนน้อง มันก็เลยกลายเป็นว่าในชีวิตประจำวันเราจะไม่รังแกสัตว์ อย่างที่บ้านยายดักหนูผมก็จะแกะกาวหนูออกแล้วเอาหนูไปปล่อย คือผมคิดว่าสัตว์มันเป็นเพื่อนร่วมโลกของเรา อย่างหมานี่มันเป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดมนุษย์ที่สุด เราพยายามให้ความรักกับพวกมัน มันไม่ได้มีประโยชน์กับเราโดยตรงหรอก แต่เราได้ความสุข สอนให้เรารู้จักให้ และรักสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบๆ ตัวเรา”
ฝากมาบอก “ผมว่าบ้านเราน่าจะมีโรงพยาบาลสัตว์เยอะๆ มีทุกจังหวัดยิ่งดี และคิดราคาไม่แพง คือตอนเด็กๆ เราต้องรอดูหมาตัวเองตาย เพราะเราไม่มีเงินไปรักษา อย่างคนที่เลี้ยงหมาไทยธรรมดาเขาก็รักของเขานะ วันหนึ่งโดนรถชนขึ้นมาเขาก็รู้สึกว่าการพาไปหาหมอแต่ละครั้งมันแพงมาก รักก็รักแต่ไม่มีตังค์ทำไงได้ก็ต้องรอวันเขาตาย”
“ผมอยากจะบอกว่าเลี้ยงหมาก็ต้องอดทน มันก็เหมือนเด็ก มันต้องมีหมวดที่เราไม่ชอบ ต้องขี้ ต้องเยี่ยว มันไม่ใช่ทามาก็อต มันไม่ใช่เสื้อผ้า เบื่อแล้วก็เปลี่ยน เลิกเห่อก็เลิกรัก”
โชคดีแล้วเซริเอ๋ยที่มีพี่ชายทั้งน่ารัก และใจดีเสียขนาดนี้ คริ คริ!







