posttoday
FIF กลุ่มแฮลธ์แคร์ ยังแรงไม่เลิก

FIF กลุ่มแฮลธ์แคร์ ยังแรงไม่เลิก

08 สิงหาคม 2556

แม้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2556 ของกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ (FIF) จะไม่มีใครเก่งเกิน แอสเซทพลัสนิปปอนโกรท ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซทพลัส ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นประเทศญี่ปุ่น เพราะได้ผลตอบแทนไปถึง 32.73%

แม้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2556 ของกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ (FIF) จะไม่มีใครเก่งเกิน แอสเซทพลัสนิปปอนโกรท ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซทพลัส ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นประเทศญี่ปุ่น เพราะได้ผลตอบแทนไปถึง 32.73%

ปีนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “หุ้นญี่ปุ่น” มาแรง จนทำให้ผลตอบแทนเข้าตา บลจ.หลายแห่ง เร่งตั้งกองทุนเพื่อเข้าไปฉวยโอกาสการลงทุนกันเป็นแถว

แต่หากมองลงมาที่กองทุนที่มีผลตอบแทนในอันดับ 2 และ 3 จะไม่ใช่กองทุนที่เน้นลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพทั่วโลก ได้แก่ เคเค โกลบอล เฮลธ์แคร์ ของ บลจ.เกียรตินาคิน ผลตอบแทน 30.94% และบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์ บลจ.บัวหลวง ผลตอบแทน 28.84%

นอกจากนี้ ข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2556 ยังแสดงให้เห็นว่าทั้งสองกองทุนนี้มีผลดำเนินงานแซงกองทุนหุ้นญี่ปุ่นไปเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้น ถ้าไม่มองกองทุนที่เน้นลงทุนประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่มองไปที่กองทุนที่เน้นลงทุน “กลุ่มอุตสาหกรรม” หรือเรียกว่า Sector Fund จะเห็นว่ามีหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่ดูดีและน่าจะมีอนาคตไกล เช่น กลุ่มสถาบันการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกาที่เริ่มมีสัญญาณกลับมาเป็นบวกมากขึ้น

แต่น่าเสียดายที่ FIF ของไทยมีกองทุนที่เป็น Sector Fund เพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้น และในแต่ละกลุ่มก็มีกองทุนให้เลือกลงทุนเพียงไม่กี่กองทุนเท่านั้น เช่น ในกลุ่มสถาบันการเงิน มีเพียง เคแทม เวิลด์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ฟันด์ โดย บลจ.กรุงไทย เพียงกองทุนเดียวเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาแม้ผลดำเนินจะไม่ใช่ที่หนึ่ง แต่ก็ทำได้ถึง 15.67%

ขณะที่กองทุนที่ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับน้ำ ซึ่งเคยมาแรงในช่วงที่โลกตื่นตัวเรื่องโลกร้อนก็มีให้เลือกลงทุน 2 กองทุน คือ กรุงศรี เวิร์ล วอเตอร์ บลจ.กรุงศรี และโกลบอล วอเตอร์ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) ให้ผลตอบแทน 15.65% และ 12.31% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม กองทุน FIF ที่เน้นลงทุนในกลุ่มธุรกิจโลหะมีค่าและเหมือง เป็น FIF ที่มีผลดำเนินงานน่าผิดหวัง (ไม่ต่างจากผลดำเนินงานของกองทุนทองคำ) โดยติดลบตั้งแต่ 26.83% ไปจนถึง 39.46%

เพราะแต่ละอุตสาหกรรมมี “วงจรธุรกิจ” ที่แตกต่างกันในบางอุตสาหกรรมอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ บางอุตสาหกรรมอยู่ในช่วงโรยรา ดังนั้น หากนักลงทุนมองเห็นโอกาสและมั่นใจในอุตสาหกรรมไหนเป็นพิเศษแล้ว จะลองเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นให้มากขึ้นก็อาจจะได้ผลตอบแทนมากขึ้นก็ได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน