
วัยรุ่น"หมกหมุ่น"ละครใบ้
เวทีแสดงละครใบ้สามารถเกิดได้ทุกแห่งหน ตรอกซอกซอย ริมทางเท้า ป้ายรถเมล์ หรือในอาคาร ล้วนใช้เป็นเวทีสำหรับการแสดงได้ทั้งสิ้น
เวทีแสดงละครใบ้สามารถเกิดได้ทุกแห่งหน ตรอกซอกซอย ริมทางเท้า ป้ายรถเมล์ หรือในอาคาร ล้วนใช้เป็นเวทีสำหรับการแสดงได้ทั้งสิ้น
โดย อัคร เกียรติอาจิณ
ถ้านำไปใช้ไม่ถูกที่ถูกทาง “หมกมุ่น” ก็อาจมีความหมายไปในเชิงลบ แต่เพราะวัยทีนกลุ่มนี้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ (แถมยังหรรษาอีกซะด้วย) มันจึงเป็นอะไรที่น่าชื่นชมมากกว่าจะตั้งข้อหาว่า “หมกมุ่น”
ห้องกระจกเล็กๆ ริมซ้ายสุด บนชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ ที่ขึ้นป้าย “คนหน้าขาว” ดูเงียบเหงาในวันปกติ มีเพียงห้องกระจกและภาพการแสดงแปะติดบนผนัง แต่พอเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ที่นี่จะคึกคักอย่างมาก เด็กวัยรุ่นหน้าตาสดใสจะมาตัวรวมกันเพื่อเรียนรู้ศาสตร์ศิลปะการแสดง “ละครใบ้” จาก “ครูอั๋น-ไพฑูรย์ ไหลสกุล” ผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการมายาวนาน
เสียงหัวเราะร่วนดังลั่นลอยลมมา เราไม่รอช้าที่จะขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ สิ่งที่เราเห็นอยู่ต่อหน้าคือพวกเขากำลังจะเริ่มวอร์มอัพร่างกาย อันเป็นพื้นฐานก่อนเข้าสู่การเวิร์กช็อป
ครูอั๋นยังเป็นคนนำทีมพาลูกศิษย์วัยทีนออกท่าโชว์ลีลา ภายใต้บรรยากาศสงบงัน ไร้ซึ่งการพูดคุยหยอกล้อกัน ที่ได้ยินมีก็แต่เสียงแอร์คอนดิชันเท่านั้น
ด่านแรกผ่านไป ทั้งหมดก็หยุดพักเพื่อเตรียมตัวซักซ้อมกับแบบฝึกหัดบทใหม่ที่ไม่มีใครๆ รู้ล่วงหน้า ระหว่างนั้นเราก็ค่อยๆ แหวกกลุ่มน้องๆ ไปประชิดตัว หนุ่มตี๋สาวหมวยที่นั่งล้อมวงอยู่
เธอแนะนำตัวว่าชื่อ “เบียร์ ยิ่งสุวรรณชัย” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ เอกการแสดง มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ส่วนฝ่ายชายคือ “หลุยส์ กฤษณ์ สงวนปิยะพันธุ์” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการแสดง มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ
“ตอนที่ยังไม่มาเรียน แยกไม่ออกหรอกครับว่าละครใบ้คืออะไร คนหน้าขาวคืออะไร เข้าใจว่าคนละอย่าง แต่จริงๆ มันคืออันเดียวกัน” หลุยส์เปรยขึ้น เช่นเดียวกับ|คำตอบของเบียร์ เธอก็ไม่รู้จักละครใบ้มาก่อน และไม่คิดว่าคนหน้าขาวที่แท้ก็เป็นละครใบ้
ทั้งคู่เริ่มต้นจากศูนย์ แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการเรียนรู้ศาสตร์ละครใบ้ หรือคนหน้าขาว ยิ่งเมื่อได้มาสัมผัสอย่างจริงจัง ดูเหมือนหลุยส์กับเบียร์จะหลงเสน่ห์ของการแสดงที่อาศัยร่างกายถ่ายทอดเรื่องราวอยู่ไม่น้อย
“ละครใบ้เป็นการใช้ร่างกายสื่อสารกับคนดู โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย แต่คนดูก็ดูรู้เรื่องจากท่าทางที่แสดงออกมา เป็นอวัจนภาษาสากล ไม่ว่าเป็นฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน หรือคนไทย ก็รู้เรื่อง นี่ละคือเสน่ห์ของละครใบ้” หลุยส์ เล่า
เบียร์เข้ามาเรียนละครใบ้ตอนปี 1 ปีนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 3 ฟากเบียร์เข้ามาทีหลัง เดือน มี.ค. เพิ่งครบปีพอดี โดยทั้งคู่ต้องเริ่มเรียนรู้จากการจับเชือกจับกระจกและฝึกสร้างจินตนาการให้หนักแน่น เพื่อต่อยอดไปสู่การแสดงขั้นสูง ก่อนจะโบยบินเป็นคนหน้าขาวอย่างมืออาชีพ
“เพื่อนที่มาจากหัวเฉียวมีแค่คนเดียวค่ะ แต่ที่นี่เบียร์กลับได้เจอกับเพื่อนๆ อีกตั้งเยอะ ซึ่งมาจากต่างสถาบันกัน เป็นเพื่อนๆ ที่ชอบละครใบ้เหมือนกัน อยากเรียนรู้ละครใบ้เหมือนกัน” เบียร์ บอก
สิ่งสำคัญมากกว่านั้นที่เบียร์กับหลุยส์ได้จากละครใบ้ นั่นคือการเรียนในห้องของทั้งคู่ดูมีภาษีเหนือกว่าเพื่อนๆ โดยเฉพาะประสบการณ์ที่บทเรียนไม่มีสอน แต่คอร์สพิเศษนี้ก็พร้อมจะให้ตักตวงความรู้ไม่จบสิ้น
หลุยส์ : “อาจช่วยในแง่ภาคปฏิบัตินะครับ เราจะเข้าใจไวกว่าคนอื่น เวลาอาจารย์สอนเรื่องที่ตรงกับสิ่งที่เรียนมาจากละครใบ้ ได้เปรียบเพื่อนก็ตรงนี้แหละครับ กลายเป็นจุดแข็งของเราไปโดยปริยาย อย่างหัวใจของละครใบ้สอนว่า ช้า-เร็ว-หยุด ซึ่งมันก็คือการเคลื่อนไหว ผมก็นำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนในห้อง หรือการแสดงละครเวทีจริงๆ ได้”
เบียร์ : “ถ้าเป็นเรื่องของการสื่อสารด้วยร่างกายนี่ค่อนข้างจะชัดเจนกว่าคนอื่น มันเหมือนเคยบททดสอบนี้มาแล้ว ก็ทำให้เข้าใจโจทย์ที่อาจารย์สอนได้เร็วขึ้น”
เวทีแสดงละครใบ้สามารถเกิดได้ทุกแห่งหน ตรอกซอกซอย ริมทางเท้า ป้ายรถเมล์ หรือในอาคาร ล้วนใช้เป็นเวทีสำหรับการแสดงได้ทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าคนคนนั้นมั่นใจและพร้อมเต็มร้อยแค่ไหน อย่างหลุยส์ก็มีจ๊อบตามงานอีเวนต์มาจ้างเกือบทุกอาทิตย์ ได้ค่าขนมระหว่างเรียนแบบไม่ต้องกวนที่บ้าน แต่ถ้าไม่ใช่งานอีเวนต์ เวทีประจำของหลุยส์จะอยู่ที่บริเวณทางเชื่อมบีทีเอสกับห้างมาบุญครอง ขณะที่เบียร์ในฐานะน้องใหม่มีจ็อบกลุ่มให้ลองทำบ้างแล้ว แต่โอกาสฉายเดี่ยวคงต้องให้เจนจัดกว่านี้รับรองว่าได้เห็นเธอโชว์ฝีมือเต็มตาแน่นอน
ศาสตร์ละครใบ้ไม่มีอะไรยาก ขอแค่มีความกล้ากับความรักเป็นพอ น้องๆ คนไหนสนใจอยากจะเรียนรู้ เป็นกิจกรรมเสริมยามว่าง เช่น หลุยส์กับเบียร์ ก็ลองสอบถามไปที่กลุ่มคนหน้าขาวของครูอั๋น เพราะตอนนี้กำลังเปิดรับลูกศิษย์รุ่นใหม่อยู่ (โทร. 08-1626-0828, 08-7114-4188) อ้อ...แว่วว่าค่าใช้จ่ายไม่แพงเสียด้วยสิ แถมมีจ๊อบให้ฝึกประสบการณ์อีกเป็นกระตัก







