
รัฐจนกรอบล้มโซนนิงเกษตร
พลิกโครงการเปลี่ยนนาดอนเป็นไร่อ้อยอัดฉีดชาวนาไร่ละ6พันพร้อมเงินกู้
พลิกโครงการเปลี่ยนนาดอนเป็นไร่อ้อยอัดฉีดชาวนาไร่ละ6พันพร้อมเงินกู้
โซนนิงทั้งประเทศไปไม่รอด รัฐหมดงบ นายกฯ ให้ทำแค่นำร่องเปลี่ยนที่นาเป็นไร่อ้อย 2 ล้านไร่
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการเกษตร หรือโซนนิงพื้นที่เกษตร ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติให้ทำโครงการโซนนิงเป็นเพียงโครงการนำร่องในอ้อยโรงงานจำนวน 2 ล้านไร่ในพื้นที่ 45 จังหวัด ส่วนการจัดทำโซนนิงสำหรับปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดที่สำคัญนั้นให้เว้นไว้ก่อน
ทั้งนี้ สมาคมอ้อยและน้ำตาล แจ้งว่า ต้องการผลผลิตอ้อยเพิ่มอีก 100 ล้านตัน จากปัจจุบันที่มี 100 ล้านตัน เพื่อรองรับความต้องการน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยชาวนาในพื้นที่นาดอนได้รับเงินช่วยเหลือ 6,000 บาทต่อไร่ เพื่อปรับเปลี่ยนและเตรียมเพาะปลูกอ้อย รวมทั้งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและปลอดดอกเบี้ย 12 ปี โดยการลงทุนอ้อยจะตกไร่ละประมาณ 1.11.2 หมื่นบาท โดยรัฐบาลจะใช้งบกลางเข้าให้ความช่วยเหลือ
“ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตรวจและหารือกับผู้ประกอบการโรงงานอ้อยและน้ำตาลในพื้นที่แล้วว่า ต้องการผลผลิตเพิ่ม” นายยุคล กล่าว
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า การที่รัฐบาลยกเลิกการจัดทำโซนนิงพื้นที่เกษตรทั่วประเทศ เพราะต้องใช้งบจำนวนมากในการดำเนินการ ขณะที่ปัจจุบันรัฐบาลมีข้อจำกัดด้านงบประมาณอยู่ แม้ว่าที่ผ่านมาจะได้มีการหารือกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ ที่พร้อมเข้ามาช่วยรับซื้อผลผลิตทั้งหมด ขณะที่มันสำปะหลังมีปัญหาว่าผู้ประกอบการยังไม่พร้อมที่จะเข้ามาช่วยรับซื้อผลผลิตในโครงการ
“หลายฝ่ายกังวลว่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทำให้รัฐบาลเลือกที่จะให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าว 27 ล้านไร่ และให้ทำเบื้องต้นเพียงนำร่องในอ้อย เพราะมีโรงงานชัดเจน สำหรับพืชอื่นให้ยกไปก่อน และเร่งดำเนินการวางแผนในเรื่องนี้ให้ชัดเจนและจะประชุมอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้” แหล่งข่าวเปิดเผย
สำหรับโครงการโซนนิงพื้นที่เกษตร แต่เดิมรัฐบาลมีเป้าหมายจัดทำโซนนิงพื้นที่การเกษตรที่เหมาะกับการปลูกพืชทั้ง 75 ล้านไร่ โดยพบว่ามีพื้นที่เหมาะสมกับการปลูกข้าวประมาณ 43 ล้านไร่ ไม่เหมาะสม 27 ล้านไร่ ในกรณีพื้นที่เหมาะสมกับการปลูกข้าว จะมีการส่งเสริมให้มีการเพิ่มการผลิตต่อไร่ทั้งการอุดหนุนเรื่องพันธุ์ ปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย และเชื่อมโยงกับแหล่งรับซื้อและโรงงานแปรรูป ส่วนในพื้นที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าว 27 ล้านไร่ จะจูงใจให้ปลูกพืชอื่นที่จะมีการประสานกับผู้แปรรูปทั้งอ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา โดยเฉพาะการลดพื้นที่ปลูกที่บุกรุกป่า







