
อเบอร์ดีนบุกตลาดหุ้นญี่ปุ่น
บจ.ฐานะแกร่งเยนอ่อนช่วยเพิ่มกำไรมั่นใจยังลงทุนได้พี/อี13เท่าไม่แพง
บจ.ฐานะแกร่งเยนอ่อนช่วยเพิ่มกำไรมั่นใจยังลงทุนได้พี/อี13เท่าไม่แพง
บลจ.อเบอร์ดีน เชียร์ลุยหุ้นญี่ปุ่น ชี้บริษัทฐานะแกร่ง หวังเยนอ่อนเพิ่มกำไร ยอมรับระยะสั้นกองทุนแพ้ดัชนี
นายเคตะ คูโบตะ ผู้จัดการกองทุน ทีมตราสารทุนประจำประเทศญี่ปุ่น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ หรือ “อาเบะโนมิกส์” โดยเฉพาะค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ซึ่งเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจในญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้จากการส่งออก
“เงินเยนที่อ่อนค่าลงถือเป็นโบนัสสำหรับบริษัทญี่ปุ่น เพราะรายได้จะเพิ่มขึ้น และสามารถนำรายได้ที่เพิ่มขึ้นไปใช้ในประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น ด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อบริษัทในระยะยาว” นายเคตะ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายเคตะ กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เงินเยนแข็งค่าขึ้นปีละ 2.5% แต่บริษัทญี่ปุ่นสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทญี่ปุ่นสามารถลดต้นทุนการดำเนินงาน และย้ายฐานการผลิตออกไปต่างประเทศ
“นอกจากนี้ บริษัทญี่ปุ่นยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เพราะที่ผ่านมาบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง ไม่ลงทุน ทำให้กระแสเงินสดอิสระเพิ่มขึ้นมาก จึงลดภาระหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันระดับหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) อยู่ที่ประมาณ 50% เท่านั้น ขณะที่หลายบริษัทมีโครงการซื้อหุ้นคืนและมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น” นายเคตะ กล่าว
นายเคตะ กล่าวว่า นักลงทุนทั่วโลกกลับมาให้ความสนใจต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นอีกครั้งจากอาเบะโนมิกส์ ซึ่งส่งผลดีต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นอย่างมาก โดยดัชนี Topix ปรับเพิ่มขึ้น 60% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แต่สามารถลงทุนได้ เนื่องจากระดับราคาต่อกำไร (พี/อี) ในปี 2557 ยังคงอยู่ที่ 13 เท่า ใกล้เคียงกับตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว
นอกจากนี้ หากรัฐบาลมีนโยบายใหม่เพื่อลดภาษีนิติบุคคลที่สูงถึง 38% ในปัจจุบัน และปรับปรุงกฎหมายแรงงานให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น จะทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นได้อีก
“ในเดือน ต.ค. นี้ ตลาดคาดว่า รัฐบาลจะประกาศนโยบายใหม่ออกมาอีก ซึ่งหากการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีความชัดเจนมากขึ้น จะทำให้นักลงทุนระยะยาวเข้ามาในตลาดมากขึ้น และตลาดจะลดความผันผวนลง” นายเคตะ กล่าว
ทั้งนี้ บลจ.อเบอร์ดีน เตรียมจะเปิดขายกองทุนเปิดอเบอร์ดีน เจแปน ออพพอร์ ทูนิตี้ส์ ฟันด์ ที่มีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นผ่านกองทุนอเบอร์ดีน โกลบอลเจแปนนิส เอคควิตี้ ฟันด์
“ในตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 3,200 แห่ง แต่กองทุนนี้จะเลือกลงทุนเพียง 32 บริษัท ที่มีคุณภาพดี ราคาไม่แพง และเน้นการลงทุนระยะยาว โดยคาดว่าบริษัทที่ลงทุนอยู่จะมีอัตราเติบโตของกำไรประมาณ 15% ในปี 2556 (สิ้นสุดเดือน มี.ค. 2557)” นายเคตะ กล่าว
ทั้งนี้ ณ วันที่ 28 มิ.ย. 2556 พอร์ตลงทุนของกองทุนหลักจะให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 33.1% มากกว่าน้ำหนักในดัชนี Topix ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิง เนื่องจากบริษัทในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของญี่ปุ่นสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ดี เช่น โตโยต้า และ ฮอนด้า แต่ไม่ลงทุนในบริษัท ฟาสต์ รีเทลลิง (ผู้ผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ยูนิโคล่) เพราะ 8085% ของธุรกิจอยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดที่อิ่มตัวแล้วในขณะที่ให้น้ำหนักลงทุนในหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินน้อยกว่าดัชนีอ้างอิง เนื่องจากกลุ่มสถาบันการเงินมีการแข่งขันด้านดอกเบี้ยกันมาก และมีความต้องการใช้สินเชื่อน้อย เพราะบริษัทส่วนใหญ่มีเงินสดเหลือ
อย่างไรก็ตาม นายเคตะ ยอมรับว่า ผลดำเนินงานของกองทุนในระยะสั้นจะแพ้ตลาดหุ้น เพราะเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นในปัจจุบันไม่สนใจคุณภาพของบริษัท ทำให้บางบริษัทที่มีพื้นฐานไม่ดี แต่ราคาปรับเพิ่มขึ้นไปแล้วถึง 150% แต่หากพิจารณาในระยะยาวกองทุนมีผลดำเนินการดีกว่าดัชนีอ้างอิงมาอย่างต่อเนื่อง







