
ญี่ปุ่นเมินรถไฟหนุนสร้างถนน
สศช.เผยญี่ปุ่นหนุนลงทุนถนนมากกว่ารถไฟ แนะรัฐเร่งลงทุนระบบขนส่งใน กทม.ดูแลค่าเงิน
สศช.เผยญี่ปุ่นหนุนลงทุนถนนมากกว่ารถไฟ แนะรัฐเร่งลงทุนระบบขนส่งใน กทม.ดูแลค่าเงิน
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับผลสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย ประจำครึ่งปีแรกของปี 2556 ขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ให้ ครม.รับทราบ
ผลสำรวจเจโทรมีข้อเสนอแนะใน 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1.ให้รัฐบาลสั่งการกรมศุลกากรให้เร่งรัดปรับปรุงกระบวนการพิธีศุลกากร เพราะเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญมากที่สุด
2.พัฒนาระบบการศึกษา โดยเฉพาะความสามารถในด้านภาษาต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติเข้าสู่เศรษฐกิจไทยมากขึ้น
3.เร่งรัดปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานโดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจรในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจราจร และเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาปรับปรุงปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมาณมณฑลให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม
4.อัตราแลกเปลี่ยนที่ยังผันผวน ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความไม่มั่นใจในการดำเนินธุรกิจ จึงควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้เหมาะสม และสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการในการทำธุรกิจ
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า ผลสำรวจเจโทร ยังได้เสนอมาตรการขับเคลื่อนการขยายตัวเศรษฐกิจระยะกลางและยาว โดยระบุว่า นักลงทุนญี่ปุ่น 64% เห็นว่า มาตรการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศไทยเป็นอันดับแรก รองลงมา นักลงทุนญี่ปุ่นคิดเป็น 38% ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ ด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟความเร็วสูงนั้น พบว่าผู้ประกอบการญี่ปุ่นให้ความสำคัญเป็นอันดับ 3 หรือคิดเป็น 37% ซึ่งน้อยกว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านถนน
นอกจากนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นเห็นว่าครึ่งปีหลังของปี 2556 สภาพธุรกิจยังปรับตัวในทิศทางที่ดี แต่น้อยกว่าปี 2554 โดยดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีแรกทุกตัวมีค่าเป็นบวก ยกเว้นกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ และอาหาร
ขณะที่แนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ และเคมี แต่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมทั่วไปมีแนวโน้มว่ายอดการลงทุนจะลดลง







