
ก.อุตฯขอศาลผ่อนผันระงับกิจการในมาบตาพุดอีก 4 โครงการ
ก.อุตสาหกรรมเตรียมขอผ่อนผันการระงับกิจการมาบตาพุดเพิ่มอีก 4 โครงการ ของบริษัทพีทีที อาซาฮี เคมิคอล หลังผู้ร่วมทุนต่างชาติเห็นชอบด้วย
ก.อุตสาหกรรมเตรียมขอผ่อนผันการระงับกิจการมาบตาพุดเพิ่มอีก 4 โครงการ ของบริษัทพีทีที อาซาฮี เคมิคอล หลังผู้ร่วมทุนต่างชาติเห็นชอบด้วย
นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงานกลางเพื่อหาข้อสรุปในแนวทางดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค 2 เปิดเผยว่า ภายในวันที่ 26 เม.ย.กระทรวงอุตสาหกรรมจะมอบให้อัยการสูงสุดดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้ทบทวนคำสั่งระงับกิจการของบริษัทพีทีที อาซาฮี เคมิคอล จำนวน 4 กิจการ โดยจะขอเดินเครื่องจะทดสอบเพียงอย่างเดียวและไม่เดินเครื่องในเชิงพาณิชย์ หลังจากที่ได้รับคำตอบจากผู้ถือหุ้นที่เป็นชาวต่างชาติ เพื่อเดินหน้าก่อสร้างกิจการแล้ว
สำหรับกิจการที่เหลืออีก 5 กิจการนั้นกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและเหตุผลเพิ่มเติมที่จะยื่นศาลฯในการปลดล็อคคำสั่งระงับกิจการต่อไป โดยเฉพาะโครงการที่ซื้อเครื่องจักรและวัสดุในการก่อสร้างแล้ว ได้แก่ บริษัทบีเอสที อิลาสโตเมอร์ บริษัทเอ็มทีพี เอชพี เจวี(ประเทศไทย) บริษัทวีนีไทย และ อมตะสตรีม ซัพพลาย ส่วนอีกรายยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้
นายสรยุทธ กล่าวว่า ที่ผ่านมาศาลฯได้พิจารณาให้บริษัทสยามยามาโตะ หลุดพ้นจากการถูกระงับกิจการเพราะได้ใบอนุญาตก่อสร้างก่อนรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ คณะทำงานฯจึงได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งศาลฯที่ต้องระงับกิจการ เนื่องจากปัญหามลพิษในมาบตาพุดโดยได้ดำเนินการมอบหมายให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลฯและศาลผ่อนผันให้ 9 กิจการ ที่สามารถก่อสร้างได้แต่ไม่ให้ประกอบกิจการจนกว่าจะทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ)
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังต้องการให้มีการประกาศรายชื่อกิจการที่อาจกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง เพราะหากมีรายชื่อที่แน่นอนจะทำให้โครงการที่ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อกิจการสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งถ้ามีการประกาศบัญชีออกมาจะทำให้นักธุรกิจเห็นว่าการลงทุนในไทยไม่หยุดชะงัก







