
รายย่อย‘พม่า’ส่อแววทรุด
ค่าเช่าพื้นที่พุ่งพรวด80%ต้านไม่ไหวเหตุเปิดประเทศยักษ์ต่างชาติแห่ลงทุน
ค่าเช่าพื้นที่พุ่งพรวด80%ต้านไม่ไหวเหตุเปิดประเทศยักษ์ต่างชาติแห่ลงทุน
รายย่อยพม่าหวั่นอยู่ไม่ได้หลังเปิดประเทศ ค่าเช่าพื้นที่พุ่ง บริษัทต่างชาติรุกหนัก
รายงานกึ่งวิเคราะห์ของวอลสตรีท เจอร์นัล ระบุว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในกรุงย่างกุ้งของพม่ากำลังแสดงความกังวลว่าจะต้องประสบกับปัญหาค่าเช่าพื้นที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่พม่าเริ่มเปิดประเทศ ที่ทำให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก
วอลสตรีท เจอร์นัล อ้างผลสำรวจของไซพิโอ บริษัทวิจัยอสังหาริมทรัพย์ ที่เปิดเผยว่า ค่าเช่าพื้นที่สำนักงานในกรุงย่างกุ้งพุ่งสูงขึ้นถึง 80% ในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งค่าเช่าในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 90 เหรียญสหรัฐ (ราว 2,700 บาท) ต่อ 1 ตารางเมตร ในขณะที่เมื่อช่วงกลางปี 2554 ราคาอยู่เพียง 50 เหรียญสหรัฐ (ราว 1,500 บาท) ต่อ 1 ตารางเมตรเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า บริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เงินจากภาคการเงินที่ล้าหลังของพม่า ซึ่งมีการจัดการที่ไม่ได้มาตรฐานมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทหาร และจากปัจจัยดังกล่าว นักวิเคราะห์กล่าวว่าเป็นปัจจัยที่หนุนให้บริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ลงทุนในพม่าได้ง่ายมากกว่าเอสเอ็มอีในประเทศ ซึ่งต้องต่อสู้กับอุปสรรคด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“บริษัทต่างชาติขนาดใหญ่มีเงินทุนเพียงพอ ทว่าบริษัทท้องถิ่นไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนได้” ซีน เทิร์นแนล ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจของพม่า จากมหาวิทยาลัยแมคควอรี ในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย กล่าว พร้อมระบุว่า เงินทุนเป็นสิ่งสำคัญต่อเอสเอ็มอีมาก อย่างเช่นในภาคการผลิตที่ต้นทุนจะพุ่งสูงขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ย่ำแย่
ขณะเดียวกัน ไม่เพียงแต่เอสเอ็มอีเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ เพราะกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของพม่าเองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น สตาร์ โคล่า ซึ่งเป็นยี่ห้อเครื่องดื่มน้ำอัดลมชั้นนำของประเทศ ที่ขณะนี้ถูกแบ่งส่วนแบ่งการตลาดจากสองบริษัทต่างชาติยักษ์ใหญ่ ได้แก่ โคคาโคล่าและเป๊ปซี่
ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์ กล่าวว่า การร่วมทุนระหว่างกลุ่มบริษัทในพม่าและบริษัทต่างชาติเป็นวิธีที่หลายบริษัทในพม่าใช้เพื่อทำให้บริษัทอยู่รอดและเติบโต ทว่าสำหรับบริษัทท้องถิ่น การปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทเป็นไปได้ยาก เนื่องจากไม่มีทนายความหรือที่ปรึกษาที่มีความสามารถเหมือนบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่







