
เทอร์เนอร์บุกเอเชียรับบรอดคาสติงโต
เทอร์เนอร์ กางแผนขายคอนเทนต์บุกเอเชีย ชูกลยุทธ์ 3.0 เพิ่มลูกค้า หวัง 35 ปีรายได้เทียบชั้นยุโรป
เทอร์เนอร์ กางแผนขายคอนเทนต์บุกเอเชีย ชูกลยุทธ์ 3.0 เพิ่มลูกค้า หวัง 35 ปีรายได้เทียบชั้นยุโรป
นายสตีฟ มาร์โคโพโต ประธานและกรรมการ บริษัท เทอร์เนอร์ เอเชีย แปซิฟิก เวนเจอร์ ผู้ดำเนินธุรกิจคอนเทนต์โพรไวเดอร์จากอเมริกา เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทประสบความสำเร็จกับการดำเนินธุรกิจคอนเทนต์โพรไวเดอร์ ด้วยการมีช่องรายการคุณภาพออกฉายในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ช่องการ์ตูนเน็ตเวิร์ค ซีเอ็นเอ็น ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้ชมระดับพรีเมียมในอเมริกาเหนือ และยุโรป สำหรับในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย
ทั้งนี้ เอเชียเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เพราะการเติบโตของบรอดคาสติงในภูมิภาคนี้ จึงมีความสนใจที่จะเข้ามาขยายฐานผู้ชมในเชิงกว้าง จากเดิมที่ได้มีโมเดลการขายสิทธิช่องรายการมาเป็นการร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์ บริหารจัดการช่องรายการ ผลิตคอนเทนต์โลคัลตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายระดับกลาง
สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจในเอเชีย จะใช้กลยุทธ์ แพลนส์ เทอร์เนอร์ 3.0 หรือการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมท้องถิ่นของแต่ละประเทศ ผ่าน 3 ช่องทางหลัก คือ 1.การเพิ่มช่องให้มากที่สุด 2.การเพิ่มฐานผู้ชมให้มากที่สุด และ 3.การเพิ่มคอนเทนต์ให้มีความหลากหลายมากที่สุด ผ่านคอนเทนต์ 3 ตัว คือ 1.ข่าว 2.รายการเด็ก และ 3.รายการบันเทิง
“การใช้กลยุทธ์ดังกล่าวบริษัทประสบความสำเร็จมาแล้วในอเมริกา ซึ่งในส่วนของเอเชียได้เริ่มไปแล้ว 2 ตัว คือ 1.รายการข่าว และ 2.รายการเด็ก ส่วนกลุ่มบันเทิง เริ่มไปบ้างแล้วที่เกาหลี กับการนำซีรีส์มาออกอากาศทางเคเบิลทีวี และจะทยอยสู่ประเทศอื่นๆ อาทิ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ในปลายปีนี้” นายมาร์โคโพโต กล่าว
ขณะที่ตลาดอาเซียนสนใจที่จะเข้ามาทำตลาดในไทย เพราะเป็นประเทศที่มีศักยภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประชากรหรือการเติบโตของบรอดคาสติง และปลายปีนี้จะมีทีวีดิจิตอลเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดบริษัทได้จับมือกับทางบริษัท เมเจอร์ กันตนา บรอดแคสติ้ง ร่วมทุนจัดตั้งบริษัท เอ็ม เทอร์เนอร์ เพื่อเปิดตัวช่องการ์ตูนบูมเมอแรง ซึ่งจะออกอากาศทางเคเบิลทีวีแบบฟรีทูแอร์ เจาะกลุ่มผู้ชมทั่วไป หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทได้ขายลิขสิทธิ์ช่องการ์ตูนเน็ตเวิร์คให้กับทางทรูวิชั่นส์ ซึ่งเป็นเพย์ทีวี เจาะกลุ่มผู้ชมระดับบน
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะลงทุนพัฒนาโครงการสวนน้ำภายใต้ชื่อ การ์ตูนเน็ตเวิร์ค อเมซอน และโรงแรม ความคืบหน้าโครงการขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าพร้อมเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค.นี้
นายมาร์โคโพโต กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทเข้ามาขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น คาดว่าในแต่ละปีจะมีรายได้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก และในอีก 3-5 ปีข้างหน้าคาดว่าสัดส่วนรายได้เท่ากับยุโรปและอเมริกา จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ 20%







