
การเมืองทุบหุ้นไทยดิ่งลงเหว
การลงทุนในตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ เห็นภาพชัดเจนเรื่องการเมืองมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนมาก
การลงทุนในตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ เห็นภาพชัดเจนเรื่องการเมืองมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนมาก โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยมีการประกาศว่าจะมีการนำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ส่อเกิดความรุนแรงมากขึ้น กดดันให้ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงถึง 55.77 จุด คิดเป็น 3.77% ดัชนีปิดที่ระดับ 1,420.94 จุด เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า สิ้นสุดวันที่ 26 ก.ค. ดัชนีปิดที่ 1,476.71 จุด
ในสัปดาห์หน้าภาพการเมืองน่าจะมีความชัดเจนว่าสถานการณ์การชุมนุมจะออกมาอย่างไร แต่ในต้นสัปดาห์ มีความเป็นไปได้สูงที่ดัชนีหุ้นมีโอกาสทดสอบระดับ 1,400 จุดได้ จากสัปดาห์ก่อนป้วนเปี้ยนแถวๆ นั้นถึง 2 วัน คือ วันพฤหัสบดีและศุกร์ แม้ว่าตลาดหุ้นต่างประเทศจะปรับตัวขึ้นก็ตาม หลังจากมีข้อสรุปจากที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำและใช้มาตรการคิวอีต่อไป แม้ว่าตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะลดขนาดคิวอีในการประชุมครั้งหน้าเดือน ก.ย.นี้ก็ตาม
PTTGC ทรุดหนักจากน้ำมันรั่ว
หุ้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ทรุดตัวหนักกว่าตลาดโดยรวมในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้นรูดลงถึง 7.77% หรือเท่ากับ 5.75 บาท ปิดที่ระดับ 68.25 บาท หลังเกิดเหตุการณ์น้ำมันดิบจำนวน 5 หมื่นลิตร รั่วลงสู่ทะเลอ่าวไทยเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา และลุกลามจนทำให้สภาพชายหาดอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จ.ระยอง กลายเป็นสีดำและสร้างความเสียหายในวงกว้าง ซึ่งบริษัทจะต้องรับผิดชอบเรื่องเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบและยังมีค่าใช้จ่ายในการขจัดคราบน้ำมัน แม้ว่าบริษัทจะมีการประกันอยู่แล้วก็ตาม แต่ขณะนี้ยังประเมินความเสียหายไม่ได้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบช่วงสั้นๆ เฉพาะไตรมาส 3 เท่านั้น แต่แนวโน้มผลการดำเนินงานรวมทั้งปีนี้ยังเติบโตสูงตามคาดการณ์ได้
ไม่เฉพาะหุ้น PTTGC ที่ปรับตัวลง เหตุการณ์นี้ยังลากให้หุ้นในเครือ ปตท. ปรับตัวลงตามเช่นกัน นำโดยบริษัท ปตท. (PTT) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด จำนวน 48.89% ของทุนเรียกชำระแล้ว
เอ็มเคฯ ขายหุ้น 49 บาท
ภาวะตลาดหุ้นที่ไม่สดใส ใช่ว่าจะมีผลกระทบต่อหุ้นทุกตัว บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) หรือสุกี้เอ็มเค สามารถกำหนดราคาเสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ได้ในราคาถึงหุ้นละ 49 บาท นับว่าสูงสุดจากช่วงราคาที่กำหนดไว้ 4549 บาท
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส (ASP) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและแกนนำผู้จัดการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น M กล่าวว่า ราคาที่ 49 บาท กำหนดขึ้นมาหลังจากการสำรวจความต้องการซื้อจากนักลงทุนสถาบันที่มียอดจองเกิน 18 เท่า โดยเปิดจองซื้อจำนวน 185.85 ล้านหุ้น ตั้งแต่วันที่ 57 ส.ค.นี้ และพร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 15 ส.ค.นี้
ภัทรลั่นเพิ่มพอร์ตเก็งกำไร
นายกฤติยา วีรบุรุษ ประธานธุรกิจตลาดทุน กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนภัทร และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร เปิดเผยว่า เกียรตินาคินภัทรมีพอร์ตลงทุนมูลค่าประมาณเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่ขณะนี้ได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการลดพอร์ตลงทุนระยะยาวลงเหลือประมาณ 1,000 ล้านบาท หรือประมาณ 50% จากก่อนหน้านี้พอร์ตลงทุนในส่วนนี้มีประมาณ 2,000 ล้านบาท สาเหตุเนื่องจากหุ้นผันผวนสูง
ขณะเดียวกันได้หันไปเพิ่มขนาดพอร์ตลงทุนประเภทหากำไรจากส่วนต่างราคา (อาบิทาจ) แทน ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 6,0007,000 ล้านบาท
“ตลาดหุ้นไทยขณะนี้มีความผันผวนสูง จึงลดพอร์ตลงทุนระยะยาวลง เพื่อเตรียมเงินส่วนนี้รอเข้าซื้อในจังหวะหุ้นลงต่ำ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ผลงานการบริหารพอร์ตการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังดีกว่าในช่วง 6 เดือนแรก” นายกฤติยา กล่าว
ทั้งนี้ พอร์ตลงทุนของบริษัทในช่วงไตรมาส 2 นี้ ยอมรับว่ามีผลขาดทุน 18 ล้านบาท
ปล่อยข่าว LHQH ขายหุ้นโฮมโปรฯ
นักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้น บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) หลังปรากฏข่าวว่าผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 และ 2 คือ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ซึ่งถือหุ้นอยู่ 2,218 ล้านหุ้น หรือ 30.21% และบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ถือหุ้นอยู่ที่ 1,392 ล้านหุ้น หรือ 19.77% อยู่ระหว่างการเจรจาขายหุ้นให้กับกลุ่มทุนต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้หุ้นทั้งสามบริษัทปรับตัวขึ้นแรงท่ามกลางการซื้อขายหนาแน่น
นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ QH เปิดเผยว่า QH และ LH มีแผนจะขายหุ้นโฮม โปรดักส์ฯ ที่ถือหุ้นรวมกันประมาณ 50% ให้กับผู้ที่เสนอราคาซื้อสูงเป็นที่น่าพอใจ โดยที่ผ่านมาได้มีบริษัทต่างชาติติดต่อผ่านคนกลางเสนอซื้อหุ้น HMPRO แต่ราคายังไม่จูงใจ
อย่างไรก็ตาม นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ LH ไม่ยืนยันเกี่ยวกับประเด็นการขายหุ้น HMPRO
PTTEPSCCC กำไรดีมาก
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 10,663 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 37.90% จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 7,732 ล้านบาท และรวมครึ่งปีนี้มีกำไรทั้งสิ้น 30,921 ล้านบาท เติบโต 18.83% จากระยะเดียวกันปีก่อน
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC) มีกำไรสุทธิ 1,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 99.5% เทียบกับกำไรสุทธิ 809 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อนและรวมครึ่งปีนี้ มีกำไรทั้งสิ้น 2,832 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.69% จากกำไรสุทธิ 2,087 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน







