posttoday
หากหลุด 1,405 มีโอกาสทำจุดต่ำสุดใหม่

หากหลุด 1,405 มีโอกาสทำจุดต่ำสุดใหม่

03 สิงหาคม 2556

ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวลงไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1,450 จุดได้ แม้ว่าจะมีช่วงรีบาวด์ระหว่างสัปดาห์แต่ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด

ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวลงไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1,450 จุดได้ แม้ว่าจะมีช่วงรีบาวด์ระหว่างสัปดาห์แต่ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ก่อนกลับมาปรับตัวลงอีกครั้ง ผลการประชุมเฟดออกมาไม่แตกต่างจากการประชุมครั้งก่อนมากนัก และไม่ได้ส่งสัญญาณในการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงในการประชุมเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นเดือนที่ตลาดส่วนหนึ่งคาดว่าจะมีการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลง ส่งผลให้ตลาดเริ่มคาดว่าเฟดจะคงปริมาณการซื้อพันธบัตรต่อไป ส่วนประเด็นเรื่องการเมืองในประเทศเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนสูงทั้งขึ้นและลง ก่อนที่จะมีการชุมนุมในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อขายไม่อยู่ในระดับสูง และไม่มีทิศทางที่ชัดเจน

ทิศทางในสัปดาห์นี้ เราคาดว่าจะมีความผันผวนสูงตามปัจจัยทางการเมือง และแนะนำให้ติดตามสถานการณ์ หากยังไม่มีความวุ่นวายหรือปะทะกันรุนแรง ตลาดมีโอกาสรีบาวด์สั้น หากมีความไม่สงบเกิดขึ้นตลาดมีโอกาสกลับมาอ่อนตัวลง โดยเมื่อพิจารณาทางเทคนิค แนวรับสำคัญของตลาดอยู่ที่ 1,405 จุด การอ่อนตัวลงต่ำกว่ามีโอกาสปรับตัวลงไปทดสอบแนวรับหลักถัดไปที่บริเวณ 1,350-1,340 จุด หรือทำจุดต่ำสุดใหม่ในระยะสั้นได้

เราประเมินว่า ประเด็นเรื่องการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรของเฟด ตลาดหุ้นไทยเริ่มให้ความสนใจลดลง เนื่องจากในช่วง 1 เดือนจากนี้จะไม่มีการประชุมเฟด ตลาดจะเป็นลักษณะของการติดตามตัวเลขเศรษฐกิจรายวันแทน ในขณะที่ปัจจัยการเมืองเป็นประเด็นที่ต้องจับตา แม้เชื่อว่าจะยังไม่ถึงช่วงที่สุกงอมเป็นเพียงการเริ่มต้น แต่ที่ผ่านมาการชุมนุมหลายครั้งในรัฐบาลชุดนี้มักจะจบเร็วและมีการปะทะกันในช่วงเริ่มต้นก่อนที่จะมีการขยายวงกว้าง ส่งผลทำให้ภาพโดยรวมตลาดหุ้นยังคงมีความเสี่ยง ในขณะที่ระดับ PER ที่ 12 เท่ารับรู้เรื่องการถอน QE ไปในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่รวมความเสี่ยงทางการเมือง ส่งผลให้หากมีความเสี่ยงทางการเมืองเข้ามาตลาดมีโอกาสอ่อนตัวลงกว่าระดับที่ 12 เท่าได้ เราประเมินว่าตลาดในระยะสั้นจะยังคงมีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับปัจจัยการเมืองเป็นหลัก

หากพิจารณาการเมืองในเบื้องต้นจะพบว่าการนำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสภาเป็นเพียงวาระแรกและต้องใช้เวลาในการตั้งกรรมาธิการและพิจารณาจนถึงวาระ 3 ทำให้ภาพโดยรวมต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งที่จะมีความชัดเจนในประเด็นนี้ ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของทั้งพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ในขณะนี้เชื่อว่าปริมาณมวลชนยังไม่ได้มากเพียงพอ แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นความเสี่ยงต่อรัฐบาล โดยตลาดจะจับตาการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่จะเข้าสภาในวันที่ 7 ส.ค.นี้

กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุน ขายหากตลาดมีช่วงปรับตัวขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงและรอความชัดเจนทางการเมืองว่าจะมีความรุนแรงหรือส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลเพียงใด ในขณะที่การหลุดแนวรับทางเทคนิคที่ 1,405 จุด ตลาดมีความเสี่ยงที่จะทำจุดต่ำสุดใหม่ได้

ประเด็นทางด้านทองคำราคาปรับตัวลงหลุดแนวรับหลักที่ 1,300 เหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ทิศทางระยะสั้นกลับมาแกว่งตัวลง โดยมีแนวรับหลักถัดไปที่บริเวณ 1,265 และ 1,245 เหรียญสหรัฐ ส่วนการลงทุนในระยะกลางยาวประเมินว่า ทองคำยังมีความเสี่ยงขาลงและจบรอบการปรับตัวขึ้นที่ยาวนานกว่า 10 ปี ตราบใดที่ค่าเงินดอลลาร์ยังเป็นขาขึ้น

ทั้งนี้ ราคาทองคำที่ผ่านมาสามารถปรับตัวลงต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของเหมือนทองคำที่ตลาดประเมินว่าอยู่ที่ 1,000+/100 เหรียญสหรัฐได้ ทำให้การประเมินเพียงต้นทุนของเหมืองทองเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำมาใช้เป็นจุดต่ำสุดของทองคำได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน