posttoday
เอสซีจี ย้ำผู้นำนวัตกรรมมุ่งพัฒนาคนรุกหนักอาเซียน

เอสซีจี ย้ำผู้นำนวัตกรรมมุ่งพัฒนาคนรุกหนักอาเซียน

02 สิงหาคม 2556

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 100 แล้ว สำหรับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ที่ ณ วันนี้องค์กรขนาดใหญ่สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาทต่อปี จะต้องขับเคลื่อนด้วยการผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมและบริการที่มุ่งให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และต้องสร้างความสมดุลระหว่างคนในสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม เพื่อการก้าวไปเป็นผู้นำในอาเซียน ก่อนไต่ไปสู่ระดับโลก

เป้าหมายดังกล่าวเป็นวิสัยทัศน์ของ กานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ที่ย้ำว่าการขับเคลื่อนขององค์กรต้องให้ความสำคัญกับการค้นคว้าวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value AddedHVA) รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ สินค้าอุตสาหกรรมจะไม่ใช่แค่สินค้าพื้นฐานทั่วไปอีกต่อไป แต่จะต้องเป็นสินค้าที่มีคุณสมบัติสูง เพื่อตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ โดยจะเห็นได้ว่าจากอดีตสินค้ากลุ่ม HVA เมื่อปี 2547 สร้างรายได้เพียง 4% ได้เพิ่มขึ้นเป็น 34% ของรายได้รวมเมื่อปี 2555 พร้อมตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของรายได้รวมปี 2558

แต่การจะก้าวไปถึงจุดนั้นจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรไปพร้อมกัน ซึ่งปัจจุบันมีบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนา รวมทั้งผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะด้านทั้งหมด 1,034 คน โดยเป็นนักวิจัยระดับปริญญาเอก 71 คน และตั้งเป้าหมายปี 2561 จะเพิ่มบุคลากรวิจัยและพัฒนาเป็น 1,600 คน และต้องมีนักวิจัยระดับปริญญาเอกไม่ต่ำกว่า 170 คน เพื่อรองรับแผนใช้งบวิจัยและพัฒนาปีละ 5,600 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังมีแผนเข้าไปซื้อกิจการบริษัทที่มีความรู้ทางด้านพัฒนาเทคโนโลยีในต่างประเทศ เช่น ในประเทศญี่ปุ่นและยุโรปมากขึ้น โดยจะเป็นการซื้อทั้งเทคโนโลยีและบุคลากร ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าไปซื้อกิจการที่มีความรู้ทางด้าน HVA ในสหรัฐอเมริกาแห่งหนึ่งแล้ว เมื่อปี 2553ซึ่งจะช่วยทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับตัวอย่างนวัตกรรมสินค้าและบริการที่เป็นคีย์สำคัญของบริษัทมี 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.ซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เป็นนวัตกรรมที่จะต้องช่วยลดการใช้พลังงานในบ้าน ช่วยป้องกันและระบายความร้อนออกจากตัวอาคาร ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเป็นแหล่งจ่ายกระแสไฟให้กับบ้านในเวลาปกติ และมีระบบไฟฟ้าสำรองที่ผลิตจาก Fuel Cell กรณีกระแสไฟฟ้าหลักดับ ระบบประหยัด และบำบัดน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น

ซึ่งเป็นนวัตกรรมบ้านแห่งอนาคตที่ตอบสนองนความต้องการในการอยู่อาศัย ไปจนถึงผู้สูงอายุที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ปลอดภัยและพึ่งพาตัวเองได้มากที่สุด

กลุ่มที่ 2.นวัตกรรมเยื่อกระดาษและบรรจุภัณฑ์ ที่สามารถใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น ทั้งในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำให้ผู้บริโภคสวมเสื้อผ้าที่เบาสบาย ระบายอากาศได้ดี กระดาษสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ได้สามารถย่อยสลายได้ภายใน 90 วัน นวัตกรรมกระดาษที่มีการซึมผ่านตัวกลางในกระบวนการฆ่าเชื้อได้ดีและป้องกันจุลินทรีย์ นวัตกรรมกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่นำมาทำเฟอร์นิเจอร์ และแผ่นกรองปรับอากาศ นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาสายพันธุ์ยูคาลิปตัสด้วยเทคโนโลยีสูงเพื่อนำมาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในสินค้าอุปโภคและบริโภคต่างๆ และ 3.นวัตกรรมพลาสติก เช่น พลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์ ช่วยเก็บรักษาคุณภาพสินค้าให้คงความสด สะอาดได้ยาวนานและปลอดภัยมากขึ้น

การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ขวด BIO PET ที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบมาจากพืช 30% นวัตกรรมพลาสติกสำหรับวงการแพทย์ เช่น เช่นอุปกรณ์ฟอกไตเทียมและเครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ นวัตกรรมพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์น้ำหนักเบา ที่ช่วยทำให้ประหยัดพลังงานน้ำมันและทนทานสูง สามารถรับแรงกระแทกได้ดี มีความปลอดภัย และนวัตกรรมเม็ดพลาสติก PE สำหรับท่อทนแรงดันสูงมาตรฐานสากล ที่ใช้ในระบบขนส่งน้ำ ก๊าซและแร่ ทนต่อการสั่นไหว เป็นต้น

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลพม่าให้เดินหน้าโครงการโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ เพื่อรองรับกับความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในพม่าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และอยู่ระหว่างการนำเสนอบอร์ดบริษัทฯในการพิจารณา จึงถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่จะช่วยยกระดับบริษัทไทยก้าวสู่ผู้นำในอาเซียนได้ในไม่ช้า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน