posttoday
ป้องกันซิมดับ

ป้องกันซิมดับ

31 กรกฎาคม 2556

ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ จากข้อมูลการถือครองเลขหมายโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน พบว่าปริมาณประชากรของประเทศไทยกว่า 60 ล้านคน มีการถือครองเลขหมายโทรศัพท์มือถือจำนวนกว่า 80 ล้านเลขหมาย เท่ากับว่าโดยเฉลี่ยประชากรแต่ละคนต่างมีการถือครองเลขหมายโทรศัพท์มือถือมากกว่า 1 เลขหมาย

ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ จากข้อมูลการถือครองเลขหมายโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน พบว่าปริมาณประชากรของประเทศไทยกว่า 60 ล้านคน มีการถือครองเลขหมายโทรศัพท์มือถือจำนวนกว่า 80 ล้านเลขหมาย เท่ากับว่าโดยเฉลี่ยประชากรแต่ละคนต่างมีการถือครองเลขหมายโทรศัพท์มือถือมากกว่า 1 เลขหมาย

แม้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะได้จัดการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz (2.1 GHz) เพื่อนำมาใช้กับเทคโนโลยีการสื่อสารแบบ 3G ซึ่งเป็นการใช้ทั้งเสียง (Voice) และส่งข้อมูล (Data) ไปแล้วก็ตาม แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า ประมาณ 90% หรือส่วนใหญ่ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมดยังคงใช้โทรศัพท์มือถือในระบบ 2G ซึ่งเป็นการสื่อสารทางด้านเสียง (Voice) เป็นหลัก

คลื่นความถี่ที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือนำมาเพื่อใช้กับระบบ 2G ในปัจจุบัน แม้จะใช้ร่วมกับ 3G แต่ก็เป็นส่วนน้อย เช่น คลื่นความถี่ย่าน 850 MHz 900 MHz และ 1800 MHz ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ของบริษัท กสท โทรคมนาคม ที่ให้สัมปทานกับบริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 15 ก.ย. 2556 มีผู้ใช้บริการในปัจจุบันกว่า 18 ล้านเลขหมาย และในส่วนที่ให้สัมปทานกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 15 ก.ย. 2561 นอกจากนี้ยังมีคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ของบริษัท ทีโอที ที่ให้สัมปทานกับเอไอเอส จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 26 มี.ค. 2558

การที่สัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz กำลังจะสิ้นสุดอายุสัญญาเป็นครั้งแรกในวันที่ 15 ก.ย. 2556 ขณะที่ยังมีผู้ใช้บริการอยู่ในระบบกว่า 18 ล้านเลขหมาย ทำให้คณะกรรมการ กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแล (Regulator) ได้ออกมาตรการมารองรับในกรณีที่สัญญาสัมปทานคลื่น 1800 MHz ของทรูมูฟและดีพีซีสิ้นสุดลง เพื่อให้ผู้ใช้บริการที่ยังอยู่ในระบบยังคงใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีผู้ให้บริการรายใหม่เข้ามารับช่วงการให้บริการต่อไป โดยการจัดทำร่างประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. ... และนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2556 ที่ผ่านมา ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้เข้าร่วมการรับฟังต่างมีความเห็นที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่ยอมรับว่าต้องให้ความสำคัญและคุ้มครองผู้ใช้บริการซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่เป็นอันดับแรก

ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการวิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 45 ได้กำหนดให้จัดสรรคลื่นความถี่ต้องทำโดยวิธีการประมูล ซึ่งหากพิจารณาถึงระยะเวลาในปัจจุบันที่เหลืออยู่อีกไม่ถึง 60 วัน แม้ กสทช. จะสามารถจัดหาผู้รับใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่รายใหม่มารอให้บริการอยู่แล้ว ก็จะยังคงมีผู้ใช้บริการค้างอยู่ในระบบของผู้ให้บริการเดิม ณ วันสิ้นอายุสัญญาสัมปทานเสมอ การออกร่างประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต หรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. ... เพื่อเป็นมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการไม่ให้ซิมดับ และถือเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องให้การบริการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ตามมาตรา 83 และ 84 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553

แม้จะเป็นเพียงกรณีที่มีผู้ใช้บริการแค่ 18 ล้านเลขหมาย จาก 80 ล้านเลขหมาย แต่กรณีนี้ก็จะถือเป็นการวางบรรทัดฐาน สำหรับกรณีที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในครั้งต่อๆ ไป และจะเป็นกรณีศึกษาในระดับระหว่างประเทศด้วย คณะกรรมการ กสทช. จึงต้องพยายามทำไม่ให้เกิดปัญหาอันจะได้เป็นแบบอย่างที่ดีในการถือเอาประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นสำคัญ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน