
แนะฟื้นเที่ยวเกาะเสม็ดต้องเร่งแก้ปัญหา ปลุกความเชื่อมั่น
กรณีท่อรับส่งน้ำมันรั่วกลางอ่าวไทย ทำให้คราบน้ำมันกระจายไปสู่อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จ.ระยอง
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
กรณีท่อรับส่งน้ำมันรั่วกลางอ่าวไทย ทำให้คราบน้ำมันกระจายไปสู่อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จ.ระยอง สร้างความเสียหายให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่เต็มๆ จากการที่นักท่องเที่ยวมีแผนเข้าพักต้องยกเลิกเดินทาง หรือที่พักอยู่แล้วต้องกลับก่อนกำหนด แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการรับมือผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเกาะเสม็ดในอนาคต เพราะข่าวนี้กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ทำให้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวหดหายไปชั่วพริบตา ซึ่งในมุมมองของผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวจะมีข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาอย่างไร ลองติดตาม
อภิชาติ สังฆอารี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออีดี เอเชีย ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ที่นำตลาดสแกนดิเนเวียเที่ยวไทย กล่าวว่า ตลาดต่างชาติอย่างสแกนดิเนเวีย เยอรมนี นิยมไปเที่ยวเกาะช้าง ระยอง และเกาะเสม็ด ไปแต่ละครั้งจะพักแต่ละที่ไม่ต่ำกว่า 57 วัน แต่จะนิยมมาเที่ยวช่วงเดือน พ.ย.เป็นต้นไป ข่าวเกาะเสม็ดจึงยังไม่กระทบตลาดเหล่านี้นัก เพราะเหตุการณ์น้ำมันรั่วในทะเลเป็นเรื่องที่ชาวต่างชาติคุ้นชิน และเข้าใจดี ขอเพียงแก้ไขเหตุการณ์ให้รวดเร็ว ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเห็นภาพชัดเจนว่าการแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะตัดสินใจจองแพ็กเกจไปเที่ยวเดือน ก.ย. หากถึงเวลานั้นแล้วการขจัดคราบน้ำมันยังไม่เรียบร้อยก็คงกระทบท่องเที่ยวเกาะเสม็ดมากแน่นอน เพราะต่างชาติจะเบนเข็มไปเที่ยวจุดหมายอื่นในไทยแทน ส่วนตลาดคนไทยก็คงจะตกใจกับภาพเหตุการณ์ที่เห็น ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ 2 สัปดาห์นี้ อาจจะยังไม่กล้าเดินทางไปเกาะเสม็ด แต่หลังจากนั้นภาพออกมาว่าแก้ปัญหาเรียบร้อย คนไทยก็จะเดินทางไปเหมือนเดิม
ชิดชัย สาครบดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเปเชียล เจอร์นี่ ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ที่นำตลาดยุโรปมาเที่ยวไทย กล่าวว่า นักท่องเที่ยวยุโรปที่มากับทัวร์ไปเกาะเสม็ดน้อย กลุ่มที่ไปส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสะพายเป้เดินทางเอง (แบ็กแพ็ก) ซึ่งนิยมจะซื้อแพ็กเกจเดินทางจากถนนข้าวสาร เมื่อเกิดเหตุการณ์คราบน้ำมันกระจายไปยังอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ จึงกระทบกลุ่มเหล่านี้เป็นหลัก แต่เชื่อว่าจะเป็นผลกระทบระยะสั้น 23 เดือน โดยระหว่างนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ไขภาพลักษณ์ เร่งกำจัดคราบน้ำมัน ให้เป็นหาดที่กลับมาเล่นน้ำได้ ไม่มีกลิ่นน้ำมันรบกวนผู้ไปเที่ยว
“เมื่อถึงเดือน พ.ย. การแก้ปัญหาคราบน้ำมันเกาะเสม็ดต้องเสร็จ ถ้าไม่เสร็จนักท่องเที่ยวต่างชาติที่วางแผนไปเกาะเสม็ดก็คงย้ายไปเที่ยวที่อื่นแน่นอน ส่วนคนไทยเป็นกลุ่มที่ชอบเรื่องโปรโมชันอยู่แล้ว เมื่อไหร่ที่มีโปรโมชันออกมา เช่น อาจจ่ายค่าที่พักเท่าเดิม แต่เพิ่มมูลค่าให้รับประทานอาหารค่ำซีฟู้ดฟรี ก็สามารถดึงคนไทยกลับมาได้” ชิดชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ก็ต้องร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่ตัวเองด้วย โดยต้องรวมพลังกันออกมาผลักดันให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจตามมา พร้อมๆ กับการร่วมกันจัดโปรโมชันลดแลกแจกแถมเพื่อจูงใจให้คนกลับมาเที่ยว เพราะหากชายหาดกลับมามีสภาพปกติแล้ว แต่ไม่มีการเผยแพร่ข่าวออกไปเหมือนกับช่วงที่เกิดเหตุการณ์คราบน้ำมันไหลมาเมื่อไหร่ คนจำนวนมากอาจไม่รู้ว่ากลับมาเที่ยวได้แล้ว ก็อาจจะหลีกเลี่ยงการไปเที่ยวเกาะเสม็ดอยู่
ด้าน เสนีย์ ภูวเศรษฐาวร กรรมการผู้จัดการ โรงแรม คอรอล โคฟ ชาเล่ย์ เกาะสมุย กล่าวว่า เห็นใจผู้ประกอบการท่องเที่ยวด้วยกันที่ต้องเผชิญสถานการณ์คราบน้ำมันรั่ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการเกาะสมุยกังวลกันมาตลอด และเกาะสมุยเองก็อยู่ระหว่างรวมตัวกันคัดค้านการขุดเจาะสำรวจน้ำมันใกล้เกาะสมุย เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาแบบนี้ ที่ผ่านมาบริษัทน้ำมันพยายามมาทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ว่ามีเครื่องมือทันสมัยที่ขจัดคราบน้ำมันได้รวดเร็ว แต่เหตุการณ์ที่เกาะเสม็ดเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้มีเครื่องมือทันสมัยจริงๆ สุดท้ายเมื่อเกิดเหตุน้ำมันรั่วผู้ประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยวก็ต้องรับกรรม
นอกจากนี้ อยากฝากรัฐบาลพิจารณาด้วยว่าหากจะให้สัมปทานขุดเจาะน้ำมันทางทะเลควรคำนึงไม่ให้กระทบแหล่งท่องเที่ยวสำคัญด้วย เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กว่าจะใช้เวลาฟื้นฟูธรรมชาติกลับมาเหมือนเดิมไม่ใช่แค่ 12 ปี ส่วนการท่องเที่ยวเกาะเสม็ด เชื่อว่าเมื่อขจัดคราบน้ำมันได้เรียบร้อย ข่าวและภาพเหตุการณ์น้ำมันรั่วเบาบางลง นักท่องเที่ยวก็จะกลับมาเอง แต่ต้องขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันประชาสัมพันธ์ด้วยว่ากลับมาเที่ยวได้แล้ว โดยอาจจัดโครงการนำคนกลับมาพิสูจน์ว่าเกาะเสม็ดเที่ยวได้ เป็นต้น
กฤษ ศรีฟ้า ประธานกรรมการ คุระบุรี กรีนวิว รีสอร์ท จ.พังงา กล่าวว่า ผู้ประกอบการควรรวมตัวกันสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นให้หน่วยงานที่รับผิดชอบลงมาแก้ไขโดยด่วน และต้องร่วมมือกันเร่งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ซึ่งบางเรื่องต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ เพราะเกินกำลังที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่จะทำกันเองได้ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวที่อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง และอาจต้องใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องยืนยันความมั่นใจ เช่น ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์การันตีคุณสมบัติของน้ำทะเลว่าสามารถลงเล่นได้ ไม่มีมลพิษแปดเปื้อน







