
เว็นดี้ส์ นำเทรนด์สุขภาพในอุตฯฟาสต์ฟู้ด
โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์
โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์
เมื่อนึกถึงอาหารฟาสต์ฟู้ด สิ่งแรกที่มักปรากฏในหัวหลายๆ คน คือ เบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายด์ และน้ำอัดลม ซึ่งล้วนแต่เป็นอาหารที่ทำลายสุขภาพทั้งสิ้น
ทว่า แม้จะทราบข้อเสียของอาหารประเภทนี้เป็นอย่างดี แต่ท่ามกลางชีวิตอันเร่งรีบของมนุษย์เมืองในปัจจุบัน หลายคนก็ยังคงเลือกที่จะทานอาหารฟาสต์ฟู้ดอยู่ดี เพราะแน่นอนว่าแทบจะไม่มีร้านอาหารใดที่สามารถมอบความสะดวกและความรวดเร็วเท่ากับบรรดาร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอีกแล้ว
ยกเว้นก็แต่ “เว็นดี้ส์” (Wendy's) เชนฟาสต์ฟู้ดขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก ซึ่งแม้จะไม่ได้เปิดสาขาในบ้านเรา แต่เชื่อว่าคนที่เคยเดินทางไปสหรัฐต้องเคยลิ้มลองเบอร์เกอร์ของที่นี่อย่างแน่นอน
จุดเด่นของอาหารที่เสิร์ฟที่เว็นดี้ส์ ซึ่งต่อมากลายเป็นเคล็ดลับสู่ความสำเร็จของทางร้านก็คือ อาหารจานด่วน ซึ่งแม้จะไม่ใช่อาหารที่เฮลท์ตีสุดๆ แต่อย่างน้อยก็ดีต่อสุขภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับอาหารของร้านคู่แข่ง
ยกตัวอย่างเช่น เนื้อที่ใช้ปรุงอาหารนั้นจะเน้นเนื้อสดมากกว่าเนื้อบดแช่แข็ง และขณะเดียวกันทางร้านยังชูเมนู “ไก่” เป็นเมนูเด่น ซึ่งนับเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ สวนทางกับเชนฟาสต์ฟู้ดอื่นๆ ที่มักชูเมนูเนื้อเป็นจุดขายหลัก
นอกจากนี้ เว็นดี้ส์ยังเป็นร้านฟาสต์ฟู้ดร้านแรกๆ ที่เพิ่ม “สลัด” เข้าไปในเมนูอีกด้วย
ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นของเว็นดี้ส์เกิดขึ้นในปี 1969 เมื่อ เดวิด โทมัส ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของร้านเคเอฟซี ตัดสินใจเปิดร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดของตัวเองขึ้น โดยตั้งเป้าที่จะผลิตเบอร์เกอร์คุณภาพดีกว่าที่มีอยู่ในตลาด โดยในส่วนของชื่อนั้นโทมัสตั้งตามชื่อลูกสาว “เมลินดา” ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “เว็นดี้” นั่นเอง
เปิดตัวได้เพียงไม่กี่ปี อาหารของเว็นดี้ส์ก็ครองใจชาวอเมริกันในทันที ทว่าความสำเร็จของร้านพีกสุดๆ ในช่วงทศวรรษ 80 ภายหลังมีการเปิดตัวโฆษณาสุดแหวกแนวจนทำให้สโลแกน “เนื้ออยู่ไหน” (Where's the beef?) ซึ่งเป็นการโจมตีเบอร์เกอร์คู่แข่งที่เน้นขนมปังชิ้นใหญ่แต่เนื้อชิ้นเล็ก โด่งดังไปทั่วเมืองลุงแซม
ต่อมา โทมัสตัดสินใจใช้ตัวเองเป็นพรีเซนเตอร์ร้านแทน ซึ่งแม้จะเป็นคนพูดน้อยและไม่คุ้นกล้อง ทว่าใบหน้าของเจ้าตัวก็กลายเป็นใบหน้าที่ชาวอเมริกันทั่วประเทศคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีหลังปรากฏในโฆษณาเว็นดี้ส์กว่า 652 ชิ้น รวมทั้งกลายเป็นสัญลักษณ์ของความไว้วางใจที่ชาวอเมริกันมีต่อแบรนด์เว็นดี้ส์
“ใครจะรู้ข้อดีของสินค้าบริษัทเท่ากับตัวเจ้าของ” ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งชี้
ทั้งนี้ ปัจจุบันเว็นดี้ส์มีรายได้สูงถึง 2,469 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.4 หมื่นล้านบาท) ต่อปี มีแฟรนไชส์กว่า 6,650 สาขา และจ้างพนักงานราว 4.6 หมื่นชีวิตทั่วโลก
นอกเหนือจากความสำเร็จด้านเงินทองแล้ว โทมัสยังอุทิศทรัพย์ส่วนตัวให้กับองค์กรการกุศล โดยบริจาครายได้จากการจำหน่ายหนังสือที่เจ้าตัวเขียนแนะนำการทำธุรกิจ แม้โทมัสจะเสียชีวิตในปี 2002 ด้วยโรคมะเร็ง ทว่าธุรกิจที่เจ้าตัวสร้างมากับมือก็ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
“เวลาคุณทำธุรกิจ คุณต้องเริ่มที่เบสิก ซึ่งสำหรับธุรกิจร้านอาหารคือ การเสิร์ฟอาหารอร่อย ราคาสมเหตุสมผล และในร้านที่บรรยากาศดีและสะอาด หากมีองค์ประกอบครบหมดแล้ว รับรองว่าลูกค้าจะต้องกลับมาอย่างแน่นอน” โทมัส เคยฝากเป็นข้อคิด







