
Yield Curve ปรับตัวขึ้นหลังผลประมูลพันธบัตรใหม่ผลตอบรับไม่ดีนัก
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (23-26 ก.ค. 2556) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 290,552 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 72,638 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 9%
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (23-26 ก.ค. 2556) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 290,552 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 72,638 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 9%
ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 78% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 225,544 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลังมีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 48,900 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 5,278 ล้านบาท หรือคิดเป็น 17% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB176A (อายุ 3.9 ปี) LB196A (อายุ 5.9 ปี) และ LB236A (อายุ 9.9 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 12,312 ล้านบาท 9,674 ล้านบาท และ 6,845 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือรุ่น CB13813A (อายุ 14 วัน) CB13822C (อายุ 28 วัน) และ CB13O24B (อายุ 91 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 41,257 ล้านบาท 29,913 ล้านบาท และ 21,554 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) รุ่น IRPC147A (A(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 877 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จํากัด (มหาชน) รุ่น HEMRAJ231A (A) มูลค่าการซื้อขาย 323 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) รุ่น AP169A (A) มูลค่าการซื้อขาย 247 ล้านบาท
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตราสารหนี้ระยะสั้น อายุน้อยกว่า 1 ปี ในช่วง 1 ถึง 2 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ขณะที่ตราสารช่วงอายุ 5 ปี ถึง 15 ปี Yield ปรับตัวเพิ่มขึ้น ในช่วงประมาณ +4 ถึง +14 Basis Point หลังจากในช่วงกลางสัปดาห์ที่มีการประมูลพันธบัตร รุ่น Benchmark Bond อายุ 5 และ 10 ปี แต่เนื่องจากผลการประมูลพันธบัตรใหม่ที่มีการตอบรับที่ไม่ดีนัก โดยเฉพาะพันธบัตร รุ่นอายุ 10 ปี ที่มียอดจำหน่ายเพียง 6,290 ล้านบาท จากวงเงินประมูล 1 หมื่นล้านบาท ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 10 Basis Point
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ Yield ค่อนข้างนิ่ง และปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากยังขาดปัจจัยใหม่ๆ สำหรับประเด็นที่น่าจับตามองยังคงอยู่ที่ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันที่ 30-31 ก.ค.นี้ ว่าจะมีมาตรการหรือการส่งสัญญาณใดๆ ต่อการลดขนาดการเข้าซื้อพันธบัตรภายใต้มาตรการ QE หรือไม่ และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญต่างๆ ของสหรัฐ รวมถึงปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ
ในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมียอด ซื้อสุทธิ ในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกัน 16,067 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) 254 ล้านบาท แต่กลับซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 16,321 ล้านบาท สำหรับนักลงทุนรายย่อย มียอดขายสุทธิ 173 ล้านบาท







