posttoday
ถึงเวลาเก็งกำไรหุ้นบ้านปู

ถึงเวลาเก็งกำไรหุ้นบ้านปู

30 กรกฎาคม 2556

ราคาลงมาถูกน่าช้อนเหมาะถือยาวโบรกเกอร์แห่หั่นเป้ากำไร2ปีรวด

ราคาลงมาถูกน่าช้อนเหมาะถือยาวโบรกเกอร์แห่หั่นเป้ากำไร2ปีรวด

โบรกเกอร์แห่แนะนำซื้อหุ้นบ้านปู หลังราคาลงมามาก เสี่ยงต่ำ แม้ลดเป้าหมายกำไรราคาเป้าหมายลง

วันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ราคาหุ้นบริษัท บ้านปู (BANPU) ปรับตัวขึ้น 1 บาท ปิดที่ 235 บาท นับว่าสวนทางตลาดหุ้นที่ทรุดลงแรงกว่า 22 จุด ส่วนหนึ่งเกิดจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายแห่งออกมาให้คำแนะนำ “ซื้อ” หลังจากราคาลงมามากแล้ว

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำให้ซื้อเก็งกำไรหุ้น BANPU หลังจากราคาร่วงลงมา 43.2% หุ้นที่ซื้อขายในสัดส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (พี/บีวี) เพียง 0.8 เท่า เริ่มมีความน่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนระยะยาวเกินกว่า 2 ปี อาจเริ่มพิจารณาทยอยสะสม จากมุมมองต่อตลาดถ่านหินในระยะยาวที่คาดว่าจะปรับตัวเข้าสู่จุดสมดุลหลังปี 2558 จากอุปสงค์ที่เติบโตช่วยดูดซับอุปทานส่วนเกิน

“เราให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 265 บาท จาก 363 บาท จากประมาณการกำไรสุทธิถูกปรับลดลง 27.638.3% ในปี 2556-2557 เป็น 4,648 และ 4,850 ล้านบาท ส่วนราคาถ่านหินจะอ่อนตัวลงแรงจากระดับปัจจุบันที่ 77 เหรียญสหรัฐต่อตัน เริ่มมีจำกัด แต่ยังไม่มีสัญญาณเชิงบวกในระยะ 612 เดือนข้างหน้า ทำให้ผลประกอบการยังจะไม่พลิกกลับอย่างรวดเร็ว”

ทั้งนี้ คาดว่าในไตรมาส 2 ปีนี้ บ้านปูจะมีกำไรสุทธิ 982 ล้านบาท ทรุดหนักถึง 64.1% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 6.2% จากไตรมาสแรก เพราะถูกกระทบจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและขาดทุนจากอนุพันธ์ทางการเงิน จากเงินเหรียญออสเตรเลียที่อ่อนค่าเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตามกำไรจากการดำเนินการถือว่าปรับตัวดีขึ้นเป็น 1,969 ล้านบาท จากการผลิตเต็มที่ของเหมือง Mandalong ในออสเตรเลีย และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 30% จาก 11% ในไตรมาส 1

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส แนะ “ถือ” และปรับลดราคาเป้าหมายที่ 352.57 บาท จาก 420.86 บาท พร้อมปรับลดคาดการณ์เงินปันผลจ่ายสำหรับปี 2556 เหลือเพียง 10 บาทต่อหุ้น จากเดิม 18 บาท หลังปรับลดประมาณการปี 2556-2557 เพื่อสะท้อนดัชนีราคาถ่านหินอ้างอิง BJI ในปัจจุบันที่ปรับตัวลดลงเหลือเพียง 77 เหรียญสหรัฐต่อตัน

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคาดแนวโน้มกำไรปกติในช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถทรงตัวได้ในระดับสูง เนื่องจากคาดปริมาณขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านตัน และต้นทุนการผลิตที่คาดว่าจะปรับตัวลดลงราว 3 เหรียญสหรัฐต่อตัน มาอยู่ที่ 48 เหรียญสหรัฐต่อตัน จะช่วยชดเชยราคาขายเฉลี่ยถ่านหินที่คาดว่าจะปรับตัวลดลงราว 13 เหรียญสหรัฐต่อตัน มาอยู่ที่ 74-76 เหรียญสหรัฐต่อตัน ได้

“คาดในระยะ 13 เดือนข้างหน้าจะยังไม่มีประเด็นบวกใหม่เข้ามา แต่เชื่อว่าราคาหุ้นได้ผ่านการปรับฐานสะท้อนปัจจัยลบของภาพรวมอุตสาหกรรมไปมากแล้ว”

บล.เกียรตินาคิน แนะนำให้ซื้อเก็งกำไรและปรับลดมูลค่าเหมาะสมของ BANPU ลงเหลือ 280 บาท จากเดิม 482 บาท ส่วน บล.กรุงศรี เพิ่มคำแนะนำ “ซื้อ” จากราคาหุ้นมีความเสี่ยงขาลงจำกัด แม้ปรับลดมูลค่าพื้นฐานลงเหลือ 280 บาท จาก 427 บาท

นายพนม ควรสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 จะยังคงมีกำไรต่อเนื่องจากไตรมาส 1 และพลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 66 ล้านบาท ที่มีการขาดทุนจากการตั้งสำรอง

สำหรับช่วงที่เหลือของปีนี้ เชื่อว่ายอดขายจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก และยังคงเป้าหมายยอดขายทั้งปีนี้ที่ 6,000 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนที่มียอดขาย 4,400 ล้านบาท แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะยังทำได้ไม่ถึงครึ่งของเป้าหมายที่วางไว้ แต่เชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ยอดขายในต่างประเทศจะดีขึ้นมาก

ขณะนี้ดัชนีราคาถ่านหินในตลาดโลกยังผันผวน แต่อิงทางลงมากกว่า และคาดว่าครึ่งหลังคงยังไม่ฟื้นตัวเร็ว น่าจะทรงตัว แม้ความต้องการใช้ถ่านหินยังมี แต่การแข่งขันของธุรกิจถ่านหินค่อนข้างสูง

“ราคาถ่านหินน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยราคาถ่านหินเฉลี่ยปีนี้น่าจะอยู่ที่ 80 เหรียญสหรัฐต่อตัน ต่ำกว่าปีก่อนที่ความผันผวนสูงในช่วง 80-100 เหรียญสหรัฐ” นายพนม กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน