posttoday
กอดเงินสด100%

กอดเงินสด100%

30 กรกฎาคม 2556

ทิสโก้แนะนำสัปดาห์นี้ไร้ปัจจัยบวกกสิกรไทยให้เตรียมพร้อมรอช้อน

ทิสโก้แนะนำสัปดาห์นี้ไร้ปัจจัยบวกกสิกรไทยให้เตรียมพร้อมรอช้อน

ทิสโก้แนะนำลูกค้าสัปดาห์นี้กำเงินสด 100% ปลอดภัยสุด กสิกรขอให้กอด 40% รอซื้อปลาย ส.ค.

นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล หัวหน้ากลยุทธ์การลงทุนและผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดลูกค้าส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยได้แนะกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้กับลูกค้า ให้ถือเงินสด 100% เพื่อรอดูความชัดเจนของแนวโน้มตลาดโดยรวม เพราะตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นนี้ขาดปัจจัยบวก และมีความเสี่ยงสูงจะปรับตัวลดลงต่อ จากปัจจัยเสี่ยงทั้งในประเทศประเด็นการเมืองที่จะมีการเปิดประชุมสภาในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ซึ่งจะมีการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่สภา รวมถึงการอ่อนตัวของเศรษฐกิจในประเทศ

“เป็นกลยุทธ์การลงทุนใน 1 สัปดาห์นี้ เพราะเราพยายามหาหุ้นที่จะซื้อเพื่อให้ได้กำไร แต่ไม่มี เมื่อไม่มีก็ถือเงินสดจะดีกว่า หากมีหุ้นในมือแนะนำให้ทยอยขายลดพอร์ต โดยมีแนวรับที่ 1,440 จุด และแนวต้านที่ 1,480 จุด สำหรับผู้ลงทุนเก็งกำไรระยะสั้น แต่สำหรับผู้ลงทุนระยะยาว 12 ปี ไม่เป็นไร ยังสามารถถือได้” นายวิวัฒน์ กล่าว

นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ทางกสิกรไทยได้แนะนำให้ลูกค้าถือเงินสดในสัดส่วน 40% ของพอร์ตมาระยะหนึ่ง หรือ 34 เดือนที่ผ่านมาแล้ว เพราะมอง 2 ปัจจัยลบ คือ การเมืองในประเทศ ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง คาดเดาได้ลำบาก ความกังวลต่อประเด็นทางการเมืองเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดหุ้นไทย

นอกจากนี้ ปัจจัยจากต่างประเทศ กรณีเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐและญี่ปุ่นเริ่มดีขึ้น อาจส่งผลให้มีการจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ของต่างชาติในประเทศกำลังพัฒนาเป็นระดับเท่ากับตลาด จากเดิมลงทุนมากกว่าตลาด (โอเวอร์เวจ) เพื่อไปลงทุนในประเทศพัฒนาเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่มีการฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดี

“สำหรับผู้ลงทุนที่ยังมีเงินสดไม่ถึง 40% ก็ให้ดำเนินการเสีย เพื่อจะนำเงินในส่วนนี้ รอซื้อช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ ปัจจัยน่าจะมีความชัดเจน” นายกวี กล่าว

ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส วิเคราะห์ว่า การลงทุนในสัปดาห์นี้หนักไปด้วยเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ตลาดให้ความสนใจที่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจงวดไตรมาส 2 และการจ้างงานของสหรัฐ รวมทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป สำหรับปัจจัยในประเทศต้องติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และการเมืองหลังเปิดประชุมสภา

“เราคาดว่าหุ้นไทยจะแกว่งทรงตัวได้ และหากเฟดยังคงท่าทีใช้คิวอีต่อไป ซึ่งน่าจะช่วยหนุนให้ดัชนีแกว่งบวก” บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ

ตลาดหุ้นวันที่ 29 ก.ค. ตลาดเอเชียปรับตัวลงเกือบทุกแห่ง ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่น รูดลงแรงที่สุด 3.32% ส่วนดัชนีหุ้นไทยร่วง 22.43 จุด หรือลดลง 1.52% ปิดที่ 1,454.28 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายบางตา เพียง 29,280.10 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติทิ้งหนัก 2,474 ล้านบาท และขายในตลาดตราสารหนี้ 1,893 ล้านบาท

มาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่า ในช่วงที่ไม่มีปัจจัยบวกสนับสนุน นักลงทุนชะลอการลงทุน และหันไปเก็งกำไรหุ้นตัวเล็กแทน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน