
เวียดนามรุกหนักE&E
เวียดนามรุกหนัก E&Eเดิมสิงคโปร์นับเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า (E&E) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะในส่วนการผลิตที่ใช้แรงงานจำนวนมาก ได้ย้ายออกจากสิงคโปร์มายังไทยและมาเลเซีย เนื่องจากสิงคโปร์ขาดแคลนแรงงาน
เวียดนามรุกหนัก E&Eเดิมสิงคโปร์นับเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า (E&E) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะในส่วนการผลิตที่ใช้แรงงานจำนวนมาก ได้ย้ายออกจากสิงคโปร์มายังไทยและมาเลเซีย เนื่องจากสิงคโปร์ขาดแคลนแรงงาน
จนกระทั่งสิงคโปร์เหลือเฉพาะในส่วนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เงินลงทุนและความเชี่ยวชาญระดับสูง โดยเฉพาะการผลิตเวเฟอร์วงจรรวมและการออกแบบวงจรรวม แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก
ปัจจุบันรัฐบาลสิงคโปร์หันไปเอาดีในธุรกิจอื่นๆ เช่น ศูนย์กลางทางการเงิน สำนักงานภูมิภาค ชีวเวชศาสตร์ ยารักษาโรค การผลิตและซ่อมอากาศยานและชิ้นส่วน ฯลฯ
สำหรับมาเลเซียและไทย ซึ่งเป็นฐานผลิตอุตสาหกรรม E&Eสำคัญของภูมิภาคในปัจจุบัน นับว่ามีความซ้ำซ้อนคล้ายคลึงกันค่อนข้างมาก ทั้งในส่วนการผลิต Hard Disk Drive (HDD) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ การผลิตและประกอบของชิปหรือวงจรรวม(IC) การผลิตอุปกรณ์ White Good โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศตู้เย็น เครื่องซักผ้า
โดยกรณีมาเลเซียจะเด่นกว่าไทยในแง่ที่ว่ามีการผลิตวงจรรวมขั้นต้นน้ำ คือ การผลิตเวเฟอร์วงจรรวม ซึ่งมาเลเซียมีจำนวนหลายโรงงานที่ใช้เงินลงทุนสูงมากหลายแสนล้านบาท ขณะที่ไทยไม่มีขั้นต้นน้ำที่ผลิตในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ไทยจะเด่นกว่ามาเลเซียในด้าน White Good ในแง่ที่ว่าไทยเป็นฐานผลิตเครื่องปรับอากาศใหญ่อันดับ 2 ของโลก โดยมีส่วนแบ่ง 9% รองจากจีนที่เป็นฐานผลิตสัดส่วนสูงถึง 66% และเป็นฐานผลิตตู้เย็นใหญ่อันดับ 3 ของโลก โดยมีส่วนแบ่ง 6% รองจากจีนและเม็กซิโกที่มีส่วนแบ่ง 51% และ 7% ตามลำดับ
สำหรับประเทศที่กำลังมาแรงในอุตสาหกรรม E&E ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ เวียดนาม
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าโครงสร้างอุตสาหกรรม E&E ของเวียดนามค่อนข้างแตกต่างจากไทยและมาเลเซียมาก ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯแทบไม่มีการผลิตโทรศัพท์มือถือ แต่เวียดนามกลับเป็นฐานผลิตโทรศัพท์มือถือสำคัญของโลก และเป็นฐานผลิตใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อุตสาหกรรมผลิตโทรศัพท์มือถือของเวียดนามมีคลัสเตอร์อยู่ที่ปริมณฑลของกรุงฮานอย โรงงานผลิตโทรศัพท์มือถือของซัมซุงที่สวนอุตสาหกรรม Yen Phong ชานกรุงฮานอย นับเป็นฐานผลิตโทรศัพท์มือถือใหญ่อันดับ 2 ของซัมซุงรองจากฐานการผลิตที่เมืองคูมิในเกาหลีใต้
ล่าสุดเมื่อเดือน มี.ค. 2556 ซัมซุงเพิ่งวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างโรงงานมูลค่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ที่จังหวัดท้ายเงวียน (Thai Nguyen)ชานกรุงฮานอยเช่นเดียวกัน ภายหลังก่อสร้างโรงงานแห่งนี้แล้วเสร็จ การจ้างงานของซัมซุงในเวียดนามจะเพิ่มขึ้นเป็นมากถึง 4 หมื่นคน
ส่วนโนเกียได้ก่อสร้างโรงงานผลิตที่เวียดนามที่นิคมอุตสาหกรรมเวียดนามสิงคโปร์ (VSIP) ที่จังหวัดบั๊กนิญ (Bac Ninh) ชานกรุงฮานอย ใกล้เคียงกับโรงงานของซัมซุง ก่อสร้างโรงงานแล้วเสร็จ คาดว่าจะเปิดดำเนินการเร็วๆ นี้ โดยหากเปิดดำเนินการเต็มโครงการจะเกิดการจ้างงานนับหมื่นคน
ในปี 2554 เวียดนามส่งออกโทรศัพท์มือถือ 6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 12.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2555 และในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2556 มียอดส่งออกมากถึง 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาดว่าจะมีมูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์โทรศัพท์ทั้งปี 2556 เป็นมูลค่าถึง 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นสินค้าส่งออกมูลค่าสูงสุด แซงหน้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งเดิมเป็นสินค้าส่งออกหลัก
ขณะที่พื้นที่เวียดนามเหนือเป็นฐานการผลิตโทรศัพท์มือถือสำคัญของโลก พื้นที่เวียดนามใต้จะเป็นฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยเป็นฐานการผลิตและทดสอบ IC ใหญ่ที่สุดของบริษัท อินเทล ของสหรัฐ ซึ่งตั้งโรงงานภายในสวนอุตสาหกรรมไฮเทคไซ่ง่อน ชานนครโฮจิมินห์
กรณีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเวียดนามคล้ายคลึงกับไทย คือ มีเฉพาะการผลิตขั้นปลายน้ำ เป็นการประกอบและทดสอบ IC ไม่มีขั้นต้นน้ำ ซึ่งเป็นการผลิตเวเฟอร์วงจรรวมแต่อย่างใด
แต่มีข่าวว่ารัฐบาลเวียดนามมีแผนจะลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตเวเฟอร์วงจรรวมในเชิงพาณิชย์โดยใช้เทคโนโลยีค่อนข้างล้าหลังไม่ทันสมัยนัก ซึ่งหากเปิดดำเนินการจะทำให้เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมเวเฟอร์วงจรเชิงพาณิชย์รายที่ 3 ของอาเซียนต่อจากสิงคโปร์และมาเลเซีย







