posttoday
สั่งอาชีวะเร่งเครื่องกระชับร่วมมือเอกชน

สั่งอาชีวะเร่งเครื่องกระชับร่วมมือเอกชน

29 กรกฎาคม 2556

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

เป้าหมายที่จะผลิตกำลังคนให้ตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทำให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลสถาบันอาชีวศึกษาในสังกัดภาครัฐทั่วประเทศ ต้องหามาตรการต่างๆ มารองรับ ล่าสุด จาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการคนใหม่ ได้มอบนโยบายให้ สอศ.ยกระดับการเรียนการสอนแบบทวิภาคีร่วมกับภาคเอกชนมากขึ้น

นโยบายหลักที่ให้เป็นการบ้านแก่ สอศ. คือต้องหาวิธีนำแนวนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องการเพิ่มและยกระดับความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้รู้ถึงความต้องการแรงงานที่แท้จริงของภาคอุตสาหกรรมว่าแต่ละสาขามีความต้องการแรงงานระดับใดและจำนวนเท่าไร รวมทั้งคุณสมบัติและคุณลักษณะที่เอกชนต้องการ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อนำมากำหนดเป็นหลักสูตรระบบทวิภาคีร่วมกัน

ที่ผ่านมาได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อร่วมกันอบรมบุคลากรและวางหลักสูตรทวิภาคี ซึ่งจะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) กับภาคเอกชนเร็วๆ นี้ เพื่อให้อาชีวศึกษาผลิตบุคลากรได้ตรงกับความต้องการ ทั้งปริมาณและคุณภาพ

ขณะเดียวกันอาชีวะอยู่ระหว่างการทำร่างสัญญาว่าจ้าง (ทีโออาร์) กับสถาบันเทคโนโลยี 34 แห่ง ให้ช่วยประเมินสภาพและสถานะของอาชีวศึกษาทั้งประเทศแบบเร่งด่วน ในเรื่องของการผลิตนักเรียน นักศึกษาอาชีวะตรงความต้องการหรือไม่ บุคลากร อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอนเพียงพอเหมาะสมหรือไม่ เพื่อนำมาปรับใช้เป็นแนวทางนโยบายและมาตรการที่สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป โดยการประเมินดังกล่าวต้องเสร็จภายใน 12 เดือนนี้ ให้ทันใช้ในปีงบประมาณ 2557

นอกจากนี้ ยังสั่งให้ สอศ.เร่งผลิตกำลังคนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รวมถึงหลักสูตรระยะสั้น เพื่อตอบสนองความต้องการเร่งด่วนของภาคเอกชน รวมทั้งรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และโลจิสติกส์ของประเทศ

อีกทั้งเร่งผลักดันให้เกิดระบบกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ โดยดำเนินการนำร่องบางสาขาอาชีพ เช่น โรงแรม ท่องเที่ยว ชิ้นส่วนยานยนต์ ร่วมกับภาคเอกชน เพื่อนำไปสู่การจ้างงานและการคิดอัตราค่าจ้าง ซึ่งจะเริ่มใช้กับภาคเอกชนที่ร่วมมือกันก่อน โดยไม่ต้องรอกรอบคุณวุฒิวิชาชีพใหญ่อย่างเป็นทางการที่ยังไม่แล้วเสร็จ

“การกำหนดกรอบคุณวุฒิวิชาชีพร่วมกับภาคเอกชน จะช่วยให้สถาบันอาชีวศึกษาผลิตคนได้ตรงตามสเปก ส่วนภาคเอกชนก็ได้คนตามที่ต้องการ ส่งผลให้เด็กสายปฏิบัติที่จบไปอาจได้ค่าจ้างในอัตราที่สูงกว่าปริญญาตรีได้ เนื่องจากมีทักษะและความชำนาญในสายงานนั้นๆ มากกว่า ที่ผ่านมาก็มีวิทยาลัยมาบตาพุดเป็นตัวอย่างแล้ว สุดท้ายจะสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์และความคิดที่มีต่ออาชีวศึกษา” จาตุรนต์ กล่าว

ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวเสริมว่า ก่อนอื่นต้องหารือร่วมกับภาคเอกชนว่า ต้องการช่างฝีมือกี่ระดับและแต่ละระดับชั้นต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง โดยจะเริ่มนำร่องใช้ในสาขาที่ภาคอุตสาหกรรมมีความต้องการแรงงานทักษะสูงก่อน ซึ่งระหว่างนี้ สอศ.ก็กำลังเร่งปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกัน คาดว่าน่าจะทันใช้ได้ในปีการศึกษา 2557

นอกจากนี้ ยังเน้นให้ยกระดับการพัฒนาระบบความร่วมมือกับต่างประเทศให้มากขึ้นในเรื่องหลักๆที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์กับการพัฒนาประเทศและปรับภาพลักษณ์อาชีวศึกษา โดยการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้มีความทันสมัยไม่มีเรื่องทะเลาะวิวาท

ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ขยายโอกาสทางการศึกษาและยกระดับการศึกษาของแรงงานไทยเพราะปัจจุบันแรงงานกว่า 25 ล้านคน ยังไม่จบมัธยมศึกษา จึงควรส่งเสริมให้ยกระดับการศึกษา โดยอาจร่วมมือกับสถานประกอบการ หรือเปิดให้มาเรียนในวันหยุด และให้ สอศ.มีบทบาทในการดูแลมาตรฐานคุณภาพ รวมทั้งพัฒนาแรงงานต่างด้าวให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะสอดคล้องกับความต้องการ

พร้อมกันนี้ สอศ.ยังส่งเสริมให้เกิดการสร้างเครือข่ายอาชีวศึกษาอาเซียน เพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) อาชีวศึกษาภูมิภาค เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

หาก สอศ.สามารถเร่งขับเคลื่อนตามนโยบายที่มอบไว้ ก็เชื่อว่าจะสามารถเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาเพิ่มเป็น 50% ได้ตามเป้าที่วางไว้ภายในปี 2558 แน่นอน เพราะเด็กจะเห็นเองว่ามาเรียนอาชีวะแล้วมีความก้าวหน้าทางอาชีพ มีอนาคต และมีรายได้ที่สูง และจะไม่ยึดติดกับการต้องมีใบปริญญา

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน