
เป้าหมาย
วันก่อนกระทรวงพาณิชย์เปิดประมูลขายข้าวขาว 5% และปลายข้าวเอวันเลิศ ในสต๊อกรัฐบาล จำนวนรวม 3.5 แสนตัน ปรากฏว่างานกร่อยนิดหน่อย เพราะมีผู้สนใจยื่นซองเพียง 5 ราย สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้ส่งออกยังไม่มีออร์เดอร์และความต้องการข้าวไทยของผู้ซื้อต่างประเทศยังซบเซา จากปัญหาราคาที่สูงกว่าคู่แข่งในตลาดมาก
วันก่อนกระทรวงพาณิชย์เปิดประมูลขายข้าวขาว 5% และปลายข้าวเอวันเลิศ ในสต๊อกรัฐบาล จำนวนรวม 3.5 แสนตัน ปรากฏว่างานกร่อยนิดหน่อย เพราะมีผู้สนใจยื่นซองเพียง 5 ราย สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้ส่งออกยังไม่มีออร์เดอร์และความต้องการข้าวไทยของผู้ซื้อต่างประเทศยังซบเซา จากปัญหาราคาที่สูงกว่าคู่แข่งในตลาดมาก
เป็นที่น่ากังวลว่า อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในการประมูลข้าวเปลือกในสต๊อกอีก 2 แสนตัน ในวันที่ 30 ก.ค.นี้ ที่จะนำข้าวที่ประมูลได้ไปผลิตเป็นข้าวนึ่งเพื่อส่งออก เพราะนอกจากเงื่อนไขที่ผู้ส่งออกบอกว่ายังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร การบังคับว่าต้องนำคำสั่งซื้อจากต่างประเทศมายืนยันนั้น ก็อาจทำให้ผู้ส่งออกเกิดอาการ “ถอยดีกว่า”
เพราะขณะนี้ตลาดข้าวนึ่งของไทยได้เพลี่ยงพล้ำพลาดท่าให้คู่แข่งตลอดกาลอย่างอินเดียไปแล้ว!
สาเหตุเพราะราคาข้าวนึ่งของไทยสูงกว่าอินเดียถึงตันละกว่า 100 เหรียญสหรัฐ เนื่องมาจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลผลักดันต้นทุนข้าวขึ้นไปสูงเกินความจริง ขณะที่ไทยขาย 550 เหรียญสหรัฐต่อตัน อินเดียเสนอราคาเบากว่าเยอะที่ 420 เหรียญสหรัฐ
ที่ผ่านมาแม้ราคาข้าวนึ่งของไทยจะสูงกว่าอินเดียอยู่บ้าง แต่ไม่มากขนาดนี้ ปีนี้จึงเป็นปีที่ผู้ส่งออกบอกเลยว่า ไทยจะส่งออกข้าวนึ่งได้เพียง 1.3 ล้านตัน จากที่ส่งออกราว 2.2 ล้านตันในปี 2555 และ 3.4 ล้านตัน ในปี 2554 และจากสถิติของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ปรากฏว่า 6 เดือนแรกของปีนี้ ไทยส่งออกข้าวนึ่งไปได้เพียง 597,597 ตันเท่านั้น
แต่ดูเหมือนว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ได้นำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาพิจารณาเท่าที่ควร เพราะล่าสุด ยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ประกาศตั้งเป้าหมายการส่งออกข้าวนึ่งที่ 2.3 ล้านตัน พร้อมลั่นจะทวงแชมป์คืนจากอินเดีย
แม้การตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ โดยหวังว่าอาจเป็นแรงกระตุ้นผลักดันให้พยายามพุ่งไปให้ถึง จะเป็นเรื่องที่ดี แต่ “เป้าหมาย” ควรอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และการวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ อย่างรอบด้าน
ดีกว่าตั้งไว้สวยหรู ดูดี แต่ไม่มีวันทำได้







