
ปัจจัยพื้นฐานของไทยเริ่มอ่อนตัวการค้าระหว่างประเทสอ่อนแอ
สัปดาห์นี้ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.90-31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองว่าสัปดาห์นี้อาจมีโอกาสผันผวนมากกว่าในสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากมีหลายปัจจัยสำคัญจากเศรษฐกิจมหาอำนาจอย่างสหรัฐที่ตลาดจำเป็นต้องติดตาม อย่างเช่น การประชุมนโยบายการเงิน (FOMC) รอบใหม่ ตัวเลข GDP สำหรับไตรมาส 2 ของสหรัฐ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐสำหรับเดือน ก.ค. ซึ่งเหตุการณ์ทั้ง 3 มักสร้างความผันผวนให้แก่ตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบาง
สัปดาห์นี้ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.90-31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองว่าสัปดาห์นี้อาจมีโอกาสผันผวนมากกว่าในสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากมีหลายปัจจัยสำคัญจากเศรษฐกิจมหาอำนาจอย่างสหรัฐที่ตลาดจำเป็นต้องติดตาม อย่างเช่น การประชุมนโยบายการเงิน (FOMC) รอบใหม่ ตัวเลข GDP สำหรับไตรมาส 2 ของสหรัฐ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐสำหรับเดือน ก.ค. ซึ่งเหตุการณ์ทั้ง 3 มักสร้างความผันผวนให้แก่ตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบาง
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกดูเหมือนจะพลิกกลับ เนื่องจากเราเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากประเทศที่เคยน่าเป็นห่วงอย่างยูโรโซนและญี่ปุ่น ขณะที่ความกังวลกลับไปตกอยู่กับประเทศที่เคยขยายตัวอย่างรวดเร็วอย่างจีน ในส่วนของสหรัฐ เศรษฐกิจยังแสดงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ตลาดเริ่มคลายความกังวลต่อการปรับลดมาตรการ QE ลง และหันกลับมาถือสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นบ้าง ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจไทยยังแสดงสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการหดตัวอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการส่งออกหรือการผลิตภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ยังเผยว่า การขยายตัวการส่งออกปี 2556 อาจไม่ถึงเป้าหมายที่ 7% และจะมีการปรับเป้าหมายใหม่ในอีก 2 เดือนข้างหน้า
สำหรับภาวะของหุ้นกู้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกู้ตลาดแรกมีการเสนอขาย กลุ่มสื่อสาร อันดับเครดิต AA อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.72% จำนวน 5,000 ล้านบาท เสนอขายผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ และหุ้นกู้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อันดับเครดิต BBB อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 5% จำนวน 1,500 ล้านบาท เสนอขายต่อนักลงทุนทั่วไป หุ้นกู้ตลาดรองที่มีปริมาณซื้อขายกันส่วนใหญ่ในสัปดาห์นี้ เป็นกลุ่มอายุประมาณ 6 เดือน อันดับความน่าเชื่อถือ AA อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันอยู่ในช่วง 2.85-2.89% ส่วนกลุ่มอายุประมาณ 2 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ A อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันอยู่ในช่วง 3.50-3.52% และกลุ่มอายุประมาณ 3 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ A อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันอยู่ในช่วง 3.95-3.99%
ค่าเงินบาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเปิดตลาดที่ระดับ 30.94 โดยเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.87-31.15 ซึ่งแข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย อย่างไรก็ดีตัวเลขการค้าระหว่างประเทศเดือน มิ.ย. ที่ออกมาอ่อนแอหดตัว 3.38% อาจสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทในระยะต่อไป ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/บาท อยู่ที่ระดับ 31.10
ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.3139 และดีดตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ หลังจากประเด็นเรื่องการปรับลดมาตรการ QE เริ่มผ่อนคลายลงบ้าง อย่างไรก็ตามในระยะยาว IMF ยังมองว่าเศรษฐกิจยูโรโซนยังอยู่ในภาวะที่เปราะบาง และยังต้องการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ณ วันศุกร์ ยูโร/เหรียญสหรัฐ อยู่ที่ระดับ 1.3273
ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 100.70 และผันผวนตลอดสัปดาห์ ในช่วงต้นสัปดาห์ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นในเดือน มิ.ย. ปรับตัวขึ้นเป็นบวก 0.4% ซึ่งสะท้อนว่ามาตรการการผ่อนคลายทางการเงินอาจจะเริ่มเห็นผล และส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าต่อ ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/เยน อยู่ที่ระดับ 98.60







