posttoday

เหลือเชื่อ!สูตรผีบอกใช้เนื้อวัวรักษาตาต้อหายปลิดทิ้ง

21 เมษายน 2553

ชาวพิษณุโลกแห่ให้หมอชาวบ้านรักษาโรคตา สูตรนี้ใช้เนื้อสดแปะ พร้อมเป่าคาถา เพี้ยง! หายขาด

ชาวพิษณุโลกแห่ให้หมอชาวบ้านรักษาโรคตา สูตรนี้ใช้เนื้อสดแปะ พร้อมเป่าคาถา เพี้ยง! หายขาด

ความเชื่อในสิ่งเร้นลับ “เหนือธรรมชาติ” มีอยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “อาคมของขลัง” ดั่งที่มีผู้อ้างตัวเป็น “จอมขมังเวทย์” นำศพทารกมาย่างเพื่อทำ “กุมารทอง” หรือแม้กระทั่งขุด  “ศพ” มาเพื่อทำ “น้ำมันพราย” สิ่งเหล่านี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าคือ “ไสยศาสตร์” มนตร์ดำที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยมากแล้ว มักพบเห็นเรื่องราวเหล่านี้ผสมปนเปอยู่ใน วิถีชีวิต ชาวบ้านทั่วทุกภูมิภาค

ล่าสุดพบสูตรรักษาตา ”ผีบอก” ของ ”หมอติ๊ก” หรือนางทิน จันทร์โต อายุ 66 ปี ชาวบ้านต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก วัย 66 ปี ใช้เนื้อสดแปะที่ดวงตา พร้อมท่องคาคาเขมรกำกับ อ้างรักษาได้สารพัด ทั้งต้อเนื้อ ต้อกระจก ม่านตาเบาหวาน ชาวบ้านทั้งจากจ.พิษณุโลก และต่างจังหวัด แห่รักษาเพียบ วันพระและวันดับมีคนมาเป็นพัน เผยร่ำเรียนมาจากหมอเขมรตั้งแต่อายุ 13 ปี และใช้รักษาตาคนมาทุกระดับ พร้อมถ่ายทอดสูตรให้หลานสาววัย 13 ปี รักษาต้อกระจก โดยใช้กะลาตาเดียว ให้ผู้รักษามองส่องดวงอาทิตย์ แล้วท่องคาถาตัดเม็ดข้าวเปลือก อ้างรักษาหายขาด

นางทิน หรือ หมอติ๊ก เล่าว่า ปกติแล้วในวันธรรมดาจะมีคนมารักษาเรื่อย ๆ วันละ 20-30 ราย แต่ถ้าเป็นวันพระ หรือวันดับ ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ หรือ 14 ค่ำ จะมีคนมารักษากับตนร่วม 1,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งตนคิดค่ารักษาเป็นค่าครู ตามแต่ศรัทธา รายละ 20-30 บาท หรือ 100 บาทบ้าง

ทั้งนี้ ได้เรียนสูตรรักษาตานี้มาจากพ่อหมวก คนต.แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่มาอาศัยอยู่กับแม่ตนที่ ต.งิ้วงาม อ.เมือง โดยเรียนมาตั้งแต่อายุ 13 ปี พ่อหมวก มีคาถาผีบอก เป็นภาษาเขมร ใช้เวลาเรียนมานาน กว่าจะเก่งกล้าก็อายุ 30 ปี และได้เริ่มใช้วิชานี้รักษามาเรื่อย ใช้รักษาต้อเนื้อ ต้อกระจก ม่านตาเบาหวาน ส่วนต้อหินรักษาไม่ได้ เพราะเป็นหินแล้ว ต้อกระจกที่ปูนแล้วเราทำให้ยุบได้

เหลือเชื่อ!สูตรผีบอกใช้เนื้อวัวรักษาตาต้อหายปลิดทิ้ง

สำหรับการรักษาตาสูตรผีบอกนั้น ใช้เนื้อสด ๆ ที่ฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ ความยาวชิ้นละประมาณ 3- 5 เซนติเมตร เป็นเนื้อวัว หรือเนื้อควายก็ได้ ตนจะออกไปซื้อเนื้อสันที่ตลาดมาใช้วันละ 1 กิโลกรัม ซึ่งจะเรียกเนื้อที่ใช้ว่า ”ยา” เมื่อซื้อมาแล้ว นำมาเข้าห้องฟิตตู้เย็น ห่อผ้าขาวให้สะอาด มีการอาราธนาก่อนนำมาใช้ แล้วนำมาฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใช้เสร็จแล้วก็ทิ้งไป ไม่ได้นำมาใช้ซ้ำ โดยค่อยๆหยิบเนื้อมาใส่กระติกน้ำแข็งไว้ เมื่อมีคนมารักษาก็จะหยิบทีละชิ้น นำเนื้อมาแปะในดวงตา จุดที่ตนเชื่อว่าเป็นโรคต้อ แล้วท่องถาขาเขมรกำกับ ใช้เวลารักษารายละประมาณ 2 นาที

ก่อนหน้านี้ หมอติ๊ก บอกว่า เคยมีแพทย์มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งพยาบาลมานั่งดูตนรักษา ก็ไม่ว่าอะไร บอกว่าให้ทำให้สุก ให้สะอาด ใช้วันต่อวัน

“วันปกติแล้วจะใช้เนื้อวันละ 1 กิโลกรัม แต่วันพระใช้วันละ 3 กิโลกรัม แต่ถ้าเป็นวันดับจะใช้เนื้อวันละ 5 กิโลกรัม ใน 1 กิโลกรัมก็หั่นเนื้อได้ประมาณ 300 ชิ้น มีคนมารักษาจากทั่วทิศ ลักษณะปากต่อปาก“นางทิน กล่าว

ส่วนรายได้จากการรักษานั้น นางทิน ไม่ยอมเปิดเผยแต่บอกเพียงว่า แล้วแต่จิตศรัทธาของแต่ละคนที่จะจ่ายเป็นค่าครู บางคนก็ไม่มีเงินก็ไม่ต้องจ่าย บางคนก็จ่ายแค่ 20 บาท ที่ได้มากที่สุดคือวันดับที่คนมาเป็นพันคน มีค่ารักษาร่วม 10,000 บาท

นอกจากนี้ หมอติ๊ก กล่าวว่า ได้ถ่ายทอดสูตรรักษาให้"หมอน้อย "หลานสาววัย 13 ปี คือ ด.ญ.สุพรรษา เมธางค์สุเมธ หรือน้องสตางค์ นักเรียนชั้นม.2 โรงเรียนวัดจันทร์ตะวันออก ใช้รักษาต้อกระจกแล้ว เป็นวิธีการรักษาที่แตกต่างจากการใช้เนื้อสดรักษาต้อลม

โดยสูตรรักษาต้อกระจกของหมอน้อยนั้น ใช้อุปกรณ์ประกอบด้วย กะลาตาเดียว ข้าวสารและครกไม้โบราณ โดยตั้งครกไม้อยู่กลางแดด นอกชายคา ให้ผู้รักษาหยิบข้าวสารโรยบนครกตำข้าวและให้หยิบข้าวสารขึ้นมา 3 เม็ด จากนั้นให้ผู้รักษานั่งบนครก หันหน้าไปทางดวงอาทิตย์ ใช้กะลาตาเดียวปิดที่หน้าและใช้ตาส่องดวงอาทิตย์ทีละข้าง ระหว่างนั้น หมอน้อย จะหยิบเมล็ดข้าวสารขึ้นมาทาบบนกะลา แล้วใช้มีดตัดเมล็ดข้าวสารออกเป็นสองท่อน พร้อมท่องคาถาตลอดเวลา ทำจนครบ 3 เม็ด ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาทีเป็นอันเสร็จพิธี

หมอน้อย หรือน้องสตางค์ เปิดเผยว่า ย่าได้ถ่ายทอดสูตรรักษาตาให้กับตน ทั้งสูตรใช้เนื้อรักษาและใช้กะลาตาเดียว โดยตนท่องคาถาเขมร แต่ยังไม่ชำนาญ ช่วงนี้จึงทำเฉพาะการรักษาต้อกระจก โดยใช้กะละลาตาเดียว ในแต่ละวันมีผู้มารักษาวันละ 20-30 ราย

นายปรีชา นุชจรัต ที่ได้ทดสอบการรักษาทั้งสองวิธี กล่าวว่า การรักษาโดยใช้เนื้อ มีความรู้สึกเย็น ๆ ที่ตา ไม่แสบตา เหมือนโดนของนุ่ม ๆ มาลูกที่ตา

ส่วนผู้ที่มารักษาต้อเนื้อรายหนึ่ง กล่าวว่า ทำแล้วรู้สึกตาดีขึ้น ไม่ระเคืองตา วันนี้จึงเดินทางมารักษาเป็นครั้งที่สอง

อย่างไรก็ตาม สูตรพิสดารนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสถาบันแพทย์ และยังขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล ผู้สื่อข่าวจึงขอลงท้ายด้วย "ใช้วิจารณญาณ" ในการรับชมด้วย

ข่าวล่าสุด

CAAT คาดหลังสงกรานต์สายการบินทยอยปรับเที่ยวบิน รับต้นทุนพุ่ง