posttoday
กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยอาร์/พีไว้ที่ 1.25%

กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยอาร์/พีไว้ที่ 1.25%

21 เมษายน 2553

กนง.มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ต่อไป โดย กนง.ยืนยันที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายให้เข้าสู่ระดับปกติในระยะต่อไป

กนง.มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ต่อไป โดย กนง.ยืนยันที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายให้เข้าสู่ระดับปกติในระยะต่อไป

นายไพบูลย์ กอตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.ประเมินว่าขณะนี้ความเสี่ยงจากสถานการณ์การเมืองในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น การท่องเที่ยว การบริโภคและการลงทุน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/53 ที่ผ่านมาได้แสดงการขยายตัวที่ดีต่อเนื่อง ทั้งจากการส่งออก การบริโภค และการลงทุน โดยได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ความเชื่อมั่นของเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น และปัจจัยพื้นฐานที่เข้มแข็ง ซึ่งสนับสนุนให้เศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้ดีในปีนี้

ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ที่ดี อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับต่ำ แต่มีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะต่อไปตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ด้านฐานะต่างประเทศมีความมั่นคงและความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางด้านการเงินอยู่ในเกณฑ์ต่ำ

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นยอมรับว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมากที่กระทบต่อการภาคการท่องเที่ยว การบริโภคและการลงทุน กนง.จึงจะติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดต่อไป ซึ่งที่ประชุม กนง.วันนี้มีความเป็นห่วงปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น และได้ประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งจะนำไปรวมการทบทวนเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้ในรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อที่จะประกาศในวันที่ 29 เม.ย.53 ซึ่งจะมีการปรับเป้าหมายเศรษฐกิจใหม่อย่างแน่นอน

สำหรับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่ กนง.วันนี้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม เพื่อรอประเมินผลกระทบที่ชัดเจนจากการชุมนุมทางการเมืองต่อการเติบโตของภาวะเศรษฐกิจว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน  ซึ่งหากมีการประเมินภาพชัดเจน การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเข้าสู่ภาวะปกติ ก็จะเป็นขั้นตอนดำเนินการต่อไป

"ท่องเที่ยว การลงทุนถูกกระทบมีผลต่อเศรษฐกิจพอสมควร แต่อยากให้ตระหนักว่าปัจจัยพื้นฐานโดยรวมเศรษฐกิจไทยยังมั่นคง ไม่ว่าเสถียรภาพในประเทศ อัตราเงินเฟ้อ และฐานะด้านต่างประเทศ ซึ่งส่งออกยังขยายตัวดีอยู่ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวมั่นคงดีขึ้นกว่าการประชุม กนง.ครั้งก่อน แต่อาจได้รับปัญหาผลกระทบการเมือง ซึ่งตอนนี้ยังเร็วไปที่จะประเมินผลกระทบ และยังไม่เห็นการเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติของภาวะเงินทุนไหลออก" นายไพบูลย์ กล่าว

ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ได้ประเมินผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองในการทบทวนคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(GDP)ที่จะแถลงในวันที่ 29 เม.ย.นี้

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน