
ทรูฯตั้งกองทุน7หมื่นล้าน
ซื้อหน่วย33%เช่าทรัพย์สิน15ปีขายเงินลงทุน8บริษัทจัดธุรกิจใหม่
ซื้อหน่วย33%เช่าทรัพย์สิน15ปีขายเงินลงทุน8บริษัทจัดธุรกิจใหม่
ทรูฯ ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 7 หมื่นล้าน เช่าทรัพย์สิน 5.5 หมื่นล้านต่อ 15 ปี ขาย 8 ธุรกิจจัดทัพ
นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเห็นชอบให้บริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อย ขายทรัพย์สินและรายได้และการให้เช่าทรัพย์สินแก่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จะมีมูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างขออนุมัติจัดตั้งกองทุนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
ทั้งนี้ บริษัทจองซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนประมาณ 33.33% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด
ขณะเดียวกัน บริษัทก็จะเช่ากลับและเช่าหรือเช่าช่วงในทรัพย์สินบางรายการ ซึ่งจำหน่ายไปมูลค่าไม่เกิน 5.5 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาการเช่าไม่เกิน 15 ปี
สำหรับการขายทรัพย์สิน ได้แก่ เสาโทรคมนาคม (ซึ่งรวมทั้งเสาที่ตั้งบนพื้นดิน เสาที่ตั้งบนดาดฟ้าและโครงข่าย Distributed Antenna System) จำนวนประมาณ 1.3 หมื่นเสา โครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Cable FOC) อุปกรณ์ระบบสื่อสัญญาณจำนวน 4.5 หมื่นคอร์กิโลเมตร และ 9,000 ลิงค์ และโครงข่ายบรอดแบนด์ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด มีจำนวน 1.2 ล้านพอร์ต
บริษัทขายสิทธิรายได้ สิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้ที่เกิดจากการให้เช่าอุปกรณ์ 3G HSPA (Node B และอุปกรณ์โครงข่ายหลัก) จำนวน 1.35 หมื่นสถานีฐาน และให้เช่าทรัพย์สิน เสาโทรคมนาคม ไม่เกิน 100 เสา
“บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายทรัพย์สิน รายได้ หรือการให้เช่าทรัพย์สินไปชำระหนี้สินบางส่วน ซึ่งจะช่วยปรับโครงสร้างเงินทุนของบริษัทให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการลงทุน” นายอธึก กล่าว
นอกจากนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทยังมีมติให้ขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่มิใช่ธุรกิจหลักของบริษัทจำนวน 8 บริษัท ให้แก่ บริษัท ธนเทเลคอม ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท
ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการขายเงินลงทุนดังกล่าว เพื่อปรับโครงสร้างทางธุรกิจให้มีความชัดเจนและรองรับการจัดโครงสร้างของกลุ่มบริษัทในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายและเงินลงทุนต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก
ก่อนหน้านี้ บริษัทใช้บริษัทย่อยจัดตั้งบริษัทใหม่ในประเทศจีนทุนชำระแล้ว 12.38 ล้านบาท ภายในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อทำธุรกิจพัฒนา เผยแพร่ และจำหน่ายเกมและแอพพลิเคชัน
บริษัทกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2556 ในวันที่ 12 ก.ย. 2556 เพื่อขอมติดังกล่าว โดยกรรมการที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ งดการเข้าร่วมประชุมและไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระนี้
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า การจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในปี 2556 คาดว่าจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อฐานทุนลดลงเหลือเพียง 2 เท่า จากปัจจุบันที่ราว 7.6 เท่า และจะมีกำไรพิเศษราว 2.52.6 หมื่นล้านบาท จากการขายสินทรัพย์เข้าสู่กองทุน
ทางด้านผลประกอบการไตรมาส 2 คาดว่าจะขาดทุนสุทธิประมาณ 2,6003,000 ล้านบาท แต่เชื่อว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ โดยไตรมาส 3 ยังคงขาดทุนแต่น้อยลง และจะมีโอกาสเข้าสู่จุดคุ้มทุนได้ในไตรมาส 4
การซื้อขายหุ้น TRUE วันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ราคายังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปิดที่ระดับ 9.35 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 6.86% ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงกว่า 3,025 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่าทรูฯ จะมีการเพิ่มทุนครั้งมโหฬารจนกดราคาหุ้นรูดลงอย่างรวดเร็วจากที่เคยซื้อขายกว่า 80 บาท ลงมาเหลือ 6 บาท แต่หากจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานสำเร็จและมีการขายเงินลงทุนไปอีกส่วนหนึ่ง ทำให้บริษัทมีเงินลงทุนโครงการ 3จี พร้อมสามารถแก้ปัญหาขาดทุนสะสมถึง 56,743 ล้านบาท และยังมีส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นสูงถึง 85,993 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสแรก ปีนี้







