
ภูเขาไฟระเบิด วิกฤตที่นานปีมีหน
.....รศ.ดร.เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์
ตอนนี้อุตสาหกรรมการบินในยุโรปปั่นป่วนไปหมดจากวิกฤตภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งระเบิดที่ไอซ์แลนด์ ทำให้เกิดเถ้าหมอกควันหนาทึบยากที่จะทำการบิน สนามบินหลายแห่งในยุโรปจึงต้องปิดน่านฟ้า ผู้โดยสารที่ต้องบินเข้าบินออกจากยุโรปจึงต้องติดค้างอยู่ตามสนามบินต่างๆ ทั่วโลก ส่งผลให้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกประสบวิกฤตการณ์ครั้งร้ายแรงที่สุดมากกว่าวินาศกรรม 11 ก.ย. 2544 ที่ผู้ก่อการร้ายนำเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดเมื่อ 89 ปีก่อน
มีคนถามว่าความเสี่ยงจากภูเขาไฟสามารถวัดด้วยมูลค่าความเสี่ยง หรือ Value at Risk (VaR) ได้หรือไม่ คงต้องตอบว่าเป็นการยากที่จะทำนายการปะทุขึ้นของภัยพิบัติเหล่านี้ และเป็นการยากยิ่งกว่าที่จะประเมินมูลค่าความเสียหายจากภัยพิบัตินั้น เพราะขนาดความรุนแรงแต่ละครั้งไม่เท่ากัน
ยิ่งไปกว่านั้น โอกาสที่จะเกิดภัยพิบัติครั้งรุนแรงทางธรรมชาติ ณ ที่หนึ่งๆ ค่อนข้างน้อยมากๆ อย่างที่เราชอบพูดกันว่า
“นานปีมีหน” หรือ “ร้อยปีมีครั้ง” ซึ่ง VaR จะวัดมูลค่าความเสียหายจากความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นภายในกรอบ 95% ถ้าความเสี่ยงใดมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่า 5% (หรือใน 100 ปีเกิดเพียง 5 ครั้ง) เพราะโอกาสที่เกิดขึ้นน้อยมาก จึงไม่จำเป็นต้องเตรียมกองทุนหรือการดำเนินการที่คอยระแวดระวังมหาภัยเหล่านี้ ซึ่งถ้าเรามัวแต่กังวลกับปรากฏการณ์นานปีมีหน จะมีผลต่อการดำรงชีวิตของเรา และคงไม่ต้องทำมาหากิน หรือคงไม่มีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่น โรงแรมเพื่อรองรับการท่องเที่ยวอย่างไรก็ตาม การรับมือกับปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เป็นมหาภัยครั้งรุนแรงในประวัติศาสตร์ ซึ่งเรารู้ว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้แต่น้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นยักษ์สึนามิเหล่านี้ที่เราสามารถทำได้คือมีมาตรการรับมือเมื่อมีภัยเหล่านั้นเกิดขึ้น หรือมีการซักซ้อมเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมเท่าที่เราสามารถทำได้
ในการบริหารความเสี่ยง เรามีเทคนิคที่เรียกว่าการทดสอบภาวะวิกฤต หรือ Stress Test ซึ่งเบื้องต้นมาจากการทดสอบทางการแพทย์ที่สร้างสถานการณ์บีบคั้นหรือกดดันอย่างรุนแรงเพื่อทดสอบการเต้นของหัวใจ สถานการณ์ที่สร้างขึ้นเป็นการจำลองเหตุการณ์ที่เกินกว่าภาวะปกติภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้เชี่ยวชาญ การทำ Stress Test ทางธุรกิจจึงมีการสร้างแบบจำลองสถานการณ์ (Simulation) ที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากแต่เกิดขึ้นได้ โดยทดสอบระดับของความเสียหายที่เป็นผลของวิกฤต เพื่อดูว่าธุรกิจสามารถรับได้แค่ไหนและรับได้นานแค่ไหน โดยแสดงให้เห็นว่าภาครัฐควรจะเข้าไปดูแลเมื่อไรและเมื่อมีความเสียหายแค่ไหน
วิกฤตการเมืองของไทยในขณะนี้คงต้องทำ Stress Test ด้วยเหมือนกัน







