
หน้าสู้ลม ผมสู้ฟ้า กัน มินิ คูเปอร์ S เปิดประทุน
....นิธิ ท้วมประถม
เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มเข้าสู่สองหู พร้อมกับสายลมและแสงแดดที่ปะทะใบหน้าของผมอย่างเต็มที่ ทำให้การขับรถครั้งนี้รู้สึกเป็นอิสระต่างจากการลองรถในครั้งที่ผ่านๆ มาไม่น้อย
พวงมาลัยหนังแท้กระชับมือถูกจับไว้อย่างมั่นคง เมื่อเข็มในมาตรวัดความเร็ววิ่งไปอยู่ที่ตัวเลขเกือบ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความรู้สึกสนุกในการขับขี่ทำให้ผมยังไม่ผ่อนน้ำหนักคันเร่งเพื่อลดความเร็วลง แต่รักษาระดับความเร็วไว้ที่ระดับเกือบๆ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้สัมผัสกับสายลม แสงแดด และเสียงเครื่องยนต์ให้สาแก่ใจเสียหน่อย
ใช่แล้วครับ ผมกำลังนั่งอยู่หลังพวงมาลัย มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตเทเบิล รถยนต์เปิดประทุนที่ขับสนุกที่สุดคันหนึ่งของเมืองไทย และเป็นรถยนต์ในฝันของใครอีกหลายคน
เจ้ามินิเปิดประทุนคันนี้ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ตัดสินใจนำเข้ามาจำหน่าย เพราะมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตเทเบิล นั้นสุดแสนจะมีเสน่ห์ในตัวเองอย่างที่ไม่ต้องบอกนะครับว่าสวยเก๋แค่ไหน
จะว่าไปแล้ว รูปร่างหน้าตาของมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตเทเบิล นั้นใกล้เคียงกับมินิ คูเปอร์ เอส ธรรมดาครับ แตกต่างกันที่ตรงช่วงหลังคาของรุ่นคอนเวิร์ตเทเบิลนั้นเป็นผ้าใบที่ลูกค้าสามารถเลือกสีได้ตามความต้องการครับว่าจะเป็นสีดำ น้ำตาล หรือสีอื่นๆ ก็สั่งได้เลยครับตามใจชอบ
ภายในของมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตเทเบิล นั้นเหมือนกับมินิ คูเปอร์ เอส ครับ แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกัน เบาะหนังสีแดงขลิบดำสร้างอารมณ์ผู้ขับให้คึกคักกลับเป็นหนุ่มได้เป็นอย่างดี
แต่ที่มีต่างกันอย่างชัดๆ ก็คือมาตรจับเวลาการเปิดประทุน ซึ่งมาตรวัดนี้จะอยู่ข้างๆ กับมาตรวัดความเร็วที่มีขนาดใหญ่พอๆ กับนาฬิกาแขวนผนัง ซึ่งในตอนแรกที่ผมเห็นมาตรจับเวลาตัวนี้ยังงงๆ เลยครับว่าเป็นมาตรวัดอะไร ต้องมาดูสมุดคู่มือว่าคือมาตรวัดอะไร ถึงได้รู้ว่าเขามีชื่อเสียงเรียงนามอย่างเป็นทางการว่า
“Always Open Timer”
ซึ่งเป็นอุปกรณ์เรียกรอยยิ้มสำหรับแฟนพันธุ์แท้มินิ เพราะเป็นอุปกรณ์จับเวลาที่เจ้าของมินิ คอนเวิร์ตเทเบิลขับแบบเปิดประทุนว่าใช้เวลาในการขับนานเท่าไหร่ในแต่ละครั้งของการเปิดประทุนเรียกว่าเป็น
“ลูกเล่น” เก๋ๆ ของมินิที่คิดขึ้นมาเท่านั้นครับ ไม่มีผลต่อการขับขี่อะไรมากนักทันทีที่ขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ ความรู้สึกกระชับกับเบาะที่นั่งกลับมาอีกครั้ง กับความเร้าใจสไตล์โกคาร์ต คือดิบๆ เถื่อนๆ สะเทือนๆ ขับแล้วกระเด้งไปกระเด้งมา นี่คือธรรมชาติของมินิ
เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร แบบ Twinscroll Turbocharged ของนิมิ คูเปอร์เอสนั้น ผมไม่มีข้อกังขาอะไรครับ เพราะแรงม้า 175 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 5,500 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 240260 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 1,6005,000 รอบต่อนาทีนั้นสร้างความสะใจตั้งแต่เริ่มออกตัวแล้วครับ
สำหรับมินิในรุ่นคูเปอร์ เอสนั้น ผมยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนตำแหน่งจาก D มาเป็นสปอร์ต เพื่อเรียกอัตราเร่ง หรือกำลังของเครื่องยนต์ให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะแค่เกียร์ D ก็จะเอาไม่อยู่แล้วครับ
ผมจะเปลี่ยนเกียร์ขึ้นลง ก็เฉพาะในช่วงเข้าโค้ง ด้วยความเร็วสูงๆ หรือการขึ้นลงเขาที่ต้องการใช้รอบเครื่องยนต์ในการเบรกและเร่งเครื่องเท่านั้น
ส่วนการใช้งานในชีวิตปกติ แต่น้ำหนักเท้าแบบผีๆ นั้น เกียร์ D เกียร์เดียว เหลือเฟือครับ ก็อัตราเร่งจาก 0100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นไม่ถึง 8 วินาที แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าจะเร่งไปไหนแล้วครับ
แต่หากต้องการเร่งแซงแบบโหดจริงๆ ก็สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ที่พวงมาลัย ไม่ต้องมาเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ให้เป็น S หรือ M แต่อย่างใด
น้ำหนักพวงมาลัยแบบหนักๆ ต้องใช้กำลังในการหมุน ทั้งในระดับความเร็วสูงและความเร็วต่ำ หากเป็นสาวๆ คงต้องกล้ามขึ้นแน่ๆ แต่ส่วนตัวแล้วผมชอบครับ หนักดี
ความแม่นยำของช่วงล่างอยู่ในระดับสุดยอดครับ หนึบแน่นเหลือหลาย ทั้งในทางตรง และทางคดโค้งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโค้งในเส้นทางธรรมดา หรือโค้งขึ้นลงภูเขา ผมค่อนข้างสบายใจที่จะใช้ความเร็วสูงครับ
การขับขี่ในช่วงแรกนั้นผมยังไม่เปิดประทุนให้เจ้ามินิคันนี้โดดเด่นไปมากกว่าปกติ เพราะอยากรู้ว่าการเก็บเสียงของมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตเทเบิล นั้นมีการเก็บเสียงอย่างไร จะเงียบกริบเหมือนกับรุ่นหลังคาแข็งที่เปิดประทุนไม่ได้หรือเปล่า
เพราะรถเปิดประทุนที่เป็นหลังคาผ้าใบส่วนใหญ่ต้องทำใจกับเรื่องเสียงรบกวน เมื่อขับด้วยความเร็วสูง เพราะเสียงลม เสียงเครื่องยนต์ เสียงยางบดถนนนั้นจะเข้ามารบกวนโสตประสาทหูของผู้ขับและผู้โดยสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับ และที่สำคัญ ร้อนระเบิดครับ เพราะหลังคาผ้าใบนั้นส่งผ่านความร้อนจากแดดมาสู่เราได้เป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าของรถเหล่านี้ก็ต้องทำใจ อยากเท่ก็ต้องทน
แต่ที่น่าแปลกใจไม่น้อยครับ เพราะในการลองขับมินิ คูเปอร์ เอส เปิดประทุนคันนี้ เสียงรบกวนและความร้อนไม่ได้สร้างความรำคาญกับผมมากมายนักครับ
ต้องยอมรับว่าหลังคาผ้าใบของมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตเทเบิล นั้นถูกผลิตออกมาดีมากครับ เพราะเจ้าผ้าใบนี้ทำจากวัสดุพิเศษที่มีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนกันเสียงและความร้อนได้เป็นอย่างดี
ซึ่งในเรื่องของความร้อนนั้นถ้าไม่ได้จอดตากทิ้งไว้กลางแดดช่วงเที่ยงวันเป็นชั่วโมงๆ ละก็ ไม่มีปัญหาในเรื่องของการใช้งานครับ หากขับอยู่บนท้องถนน ไม่ว่ารถจะติดหรือไม่ติด ก็ไม่รู้สึกว่ามีไอร้อนผ่านเข้ามาทางหลังคาได้ครับ
แต่ปัญหาเรื่องความร้อนในเจ้ามินิคันนี้ไม่ได้มาจากวัสดุของหลังคา แต่มาจากระบบปรับอากาศภายในตัวรถ ที่ไม่ค่อยจะสร้างความเย็นฉ่ำให้ได้มากนัก แม้จะตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำสุดแล้วก็ตาม และที่สำคัญไอ้เจ้าแป้นจับเวลาการใช้งานการเปิดประทุนก็ดันมาบังช่องแอร์เสียอีก เลยทำให้ยิ่งร้อนไปใหญ่
ส่วนเรื่องการเก็บเสียงนั้นสบายใจได้ เครื่องเสียงภายในรถสามารถขับกล่อมให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกสบายหูจากเสียงเพลงได้เป็นอย่างดีครับ แม้ว่าจะขับด้วยความเร็วที่เกินกว่า 130140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วก็ตาม
เอาเป็นว่าหากไม่ต้องการเปิดประทุนมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตเทเบิล ก็สามารถตอบสนองการใช้งานในแบบการปกปิดป้องกันแสงแดดให้สร้างความเป็นส่วนตัวให้ผู้ขับขี่ได้สบายใจอย่างแน่นอน
แต่ถ้าหากต้องการความเท่ และไม่กลัวเป็นมะเร็งผิวหนัง ก็กดปุ่มเปิดหลังคาได้เลยครับ เพียงแค่ 15 วินาที คุณก็จะได้สัมผัสกับสายลมและแสงแดดได้อย่างเต็มที่ โดยระบบการเปิดหลังคานั้นยังสามารถทำได้ในขณะที่ขับรถในความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อีกด้วย ไม่ต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่ให้เสียเวลา
เท่แน่ๆ ครับ ถ้าเปิดประทุนวิ่ง แต่ต้องแลกกับความเป็นจุดเด่นบนท้องถนน ที่ผมว่าเพื่อนร่วมท้องถนนจะมองเราด้วยสายตาแปลกๆ
อ้อ...อีกอย่างสำหรับรถคันนี้ไม่ต้องการเจ้าของที่บ้าหอบฟาง หรือชอบขนสัมภาระเยอะๆ นะครับ เพราะที่ทางสำหรับเก็บของมีจำกัด หากใช้พื้นที่ที่เก็บสัมภาระด้านหลังมาก ก็ไม่สามารถเปิดประทุนได้ เนื่องจากเจ้าประทุนหลังคานี้จะถูกเก็บไว้ในฝาท้ายด้านหลังเหมือนกัน
เฮ้อ...รถเล็กๆ ขับมันๆ แถมเท่ๆ กับค่าตัว 3.2 ล้านบาท ขอซื้อสักคันก็แล้วกัน!!







