posttoday
การพักฐานของราคา

การพักฐานของราคา

19 กรกฎาคม 2556

นักลงทุนท่านใดที่ติดตามการลงทุนในช่วงนี้ ไม่ว่า ตลาดทองคำ หรือตลาดหุ้น จะพบว่ามีการเคลื่อนไหวแบบผันผวน แต่สิ่งที่เห็นก็คือการที่ระดับราคาไม่ได้เคลื่อนไหวไกล ทั้งขึ้นหรือลงระหว่างวัน แม้จะดูมีการเคลื่อนไหวที่สูงมากก็ตาม ซึ่งการดูภาพโดยรวมทั้งหมดจึงน่าจะมองได้ว่า ราคาสินทรัพย์อยู่ในช่วงการแกว่งตัว ภาษานักลงทุนมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ การปรับฐาน ซึ่งก็หมายถึงราคาสินทรัพย์ไม่ได้เคลื่อนไหวไปทางไหนอย่างรุนแรง

นักลงทุนท่านใดที่ติดตามการลงทุนในช่วงนี้ ไม่ว่า ตลาดทองคำ หรือตลาดหุ้น จะพบว่ามีการเคลื่อนไหวแบบผันผวน แต่สิ่งที่เห็นก็คือการที่ระดับราคาไม่ได้เคลื่อนไหวไกล ทั้งขึ้นหรือลงระหว่างวัน แม้จะดูมีการเคลื่อนไหวที่สูงมากก็ตาม ซึ่งการดูภาพโดยรวมทั้งหมดจึงน่าจะมองได้ว่า ราคาสินทรัพย์อยู่ในช่วงการแกว่งตัว ภาษานักลงทุนมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ การปรับฐาน ซึ่งก็หมายถึงราคาสินทรัพย์ไม่ได้เคลื่อนไหวไปทางไหนอย่างรุนแรง

นักลงทุนหลายท่านอาจจะดูเหมือนว่า เกิดความซบเซา ในอดีตจะพบว่า มีหลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนั้น ยกตัวอย่าง ราคาทองคำโลก ก็มีหลายครั้งในอดีตการณ์ที่มีการแกว่งตัวแคบๆ ในระยะหลายๆ ปี หรือตัวอย่างตลาดหุ้นไทย จาก SET Index ในช่วงจุดเริ่มต้นในช่วงปี 1980-1986 ช่วงปี 1994-1996 ช่วงปี 1997-2002 ช่วงปี 2004-2008 จะพบว่ามีการแกว่งตัวของราคาที่น้อยมาก ซึ่งโดยปกติการปรับฐานของราคาอาจจะเกิดเป็นการพักฐานก็ได้ ราคาก็จะมีการแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideway) หรือปรับตัวลดลง เป็นภาวะปกติของการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ มีขึ้นก็ต้องมีลง

สิ่งที่ต้องจับตาในช่วงพักฐานก็คือ จะมีลักษณะเป็นแบบใด เพราะหลายครั้งการพักฐานเกิดขึ้น และราคาสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นต่อ แต่หลายครั้ง พักฐานแล้ว ราคาลดลง เหตุผลก็คือ การพักฐานในแต่ละครั้งเป็นเสมือนการวัดกำลังระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หรือเป็นการวัดปัจจัยที่เข้ามากระทบในช่วงเวลานั้น

วกกลับมาที่ตลาดหุ้นในปัจจุบันเราจะพบว่า แม้ระดับราคามีการผันผวน แต่สิ่งที่เราเห็นก็คือ การเคลื่อนไหวของ SET Index กรอบบนและกรอบล่างอยู่ในลักษณะแกว่งตัวคือ จุดสูงสุดไม่ได้ทำจุดสูงสุดใหม่ขึ้นไป จุดต่ำสุด ก็ไม่ได้ทำจุดต่ำสุดลงมา ซึ่งลักษณะการเคลื่อนไหวก็เป็นการบีบแคบของราคา

ปัจจัยภายนอกประเทศนัยสำคัญของการเกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงิน ในเรื่องนโยบาย QE คงไม่มีอะไรที่เพิ่มเติมจากเดิมที่เพิ่งมีการแถลงของ FOMC ไป นัยสำคัญจึงตกไปที่ตัวเลขเศรษฐกิจ ทั้งในซีกโลกตะวันตก (สหรัฐ ยุโรป) และซีกโลกตะวันออก (จีน) ที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค.

ส่วนปัจจัยภายในสิ่งที่ต้องดูก็คือ เรื่องทิศทางเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งมีผลเพราะการอ่อนลง ทั้ง GDP และตัวเลขการส่งออกบีบให้รัฐบาลต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากการที่หวังผลให้โครงการ 2 ล้านล้านบาท ไม่สะดุดในการเปิดสภา ส.ค. เพราะฉะนั้นการลดภาษีบุคคลธรรมดาที่อาจจะเกิดขึ้นและเป็นยาแรง เนื่องจากเป็นเรื่องนโยบายการคลัง แปลว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยจะมีการเคลื่อนไหวตามยาแรงที่กำลังจะเกิดขึ้น ถ้าไม่มีการแกว่งตัวออกด้านขวาจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มองในเชิงปัจจัยทางเทคนิคแล้วกรอบแนวต้านของ SET Index ณ บริเวณ 1,475-1,492 เป็นบริเวณที่สำคัญมาก การหลุดพ้นการพักฐาน SET Index ต้องผ่านกรอบนี้ให้ได้ จึงจะถือได้ว่านั้นก็คือ การสิ้นสุดการปรับฐานที่แท้จริง!

ข่าวล่าสุด

ครบ28ปีกกต.บนทางสองแพร่ง ฝ่าคดีร้อน สู่สนามเลือกตั้งท้องถิ่น

ครบ28ปีกกต.บนทางสองแพร่ง ฝ่าคดีร้อน สู่สนามเลือกตั้งท้องถิ่น