posttoday
ลีสซิงยึดรถคันแรก300คัน

ลีสซิงยึดรถคันแรก300คัน

19 กรกฎาคม 2556

ได้เงินคืนภาษีแล้วแต่เบี้ยวผ่อนค่างวดส่งชื่อให้สรรพสามิตไล่บี้ตามเงินคืนเอง.เช่าซื้อไล่บี้ ยึดรถคันแรก 300 คัน

ได้เงินคืนภาษีแล้วแต่เบี้ยวผ่อนค่างวดส่งชื่อให้สรรพสามิตไล่บี้ตามเงินคืนเอง.เช่าซื้อไล่บี้ ยึดรถคันแรก 300 คัน

นายอนุชาติ ดีประเสริฐ ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีรถยนต์ที่ถูกยึดจากโครงการรถคันแรก และเตรียมนำออกขายทอดตลาดแล้วประมาณ 300 คัน เนื่องจากลูกค้ามีปัญหาไม่สามารถจ่ายค่างวดได้ตามปกติ และลูกค้ากลุ่มนี้ยังได้สิทธิคืนภาษีจากรัฐบาลไปแล้วด้วย

“รถที่ยึดมาได้ 300 คันนั้นถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิรถยนต์คันแรกถึง 1.2 ล้านคัน ส่วนแนวโน้มจะเพิ่มอีกหรือไม่นั้นก็มีโอกาสเพิ่ม แต่คงเพิ่มขึ้นในอัตราที่สถาบันการเงินไม่ได้กังวลมากนัก” นายอนุชาติ กล่าว

อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการขอยกเลิกการถือครองรถ 5 ปี กับกรมสรรพสามิต ตามกระบวนการแล้ว ลูกค้าต้องนำเงินที่ได้รับสิทธิไปคืนให้กรมสรรพสามิตทั้งจำนวน และเป็นหน้าที่ของกรมสรรพสามิตต้องไปติดตามทวงถามเอาเอง

สำหรับสถาบันการเงินที่นำรถออกมาประมูลขายทอดตลาดนั้น หากได้เงินคืนมาไม่พอกับมูลหนี้ที่เหลือ สถาบันการเงินก็ต้องไปเรียกเก็บหนี้ส่วนที่ขาดอยู่กับลูกค้าหรือลูกหนี้อีกต่อหนึ่ง และหากลูกหนี้ไม่จ่าย ก็ต้องดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ในจำนวนรถที่สถาบันการเงินยึดมาเกือบ 300 คันนั้น ยังไม่ได้มีการแยกกลุ่มอาชีพ และยังไม่ได้ประเมินว่าสาเหตุหลักๆ ที่ลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์และผ่อนส่งไม่ไหวนั้นมาจากปัจจัยใดกันแน่

อย่างไรก็ตาม เมื่อลูกค้าไม่สามารถส่งค่างวดรถไหว ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ สถาบันการเงินก็ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทั่วไป เช่น ต้องตั้งสำรองตามลำดับชั้นของลูกหนี้ เหมือนกับการปล่อยสินเชื่อทั่วๆ ไป และในจำนวนนี้ก็กระจายไปอยู่กับหลายสถาบันการเงินด้วยกัน ส่วนของธนาคารธนชาต มีอยู่ประมาณ 20 คัน จาก 300 คัน ซึ่งธนาคารธนชาตมองว่าไม่ได้มีเยอะเมื่อเทียบกับยอดขอคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรกที่มีสูงถึง 1 ล้านคัน

นายอนุชาติ กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมสรรพสามิตในปัจจุบัน พบว่ามีประชาชนไปขอใช้สิทธิรถยนต์คันแรก 1.2 ล้านคัน และได้ประเมินกันว่าจะมีการยกเลิกการใช้สิทธิประมาณ 20-30% จึงอาจทำให้เหลือยอดผู้ใช้สิทธิรถยนต์คันแรกจริงประมาณ 89 แสนคันเท่านั้น ซึ่งตัวเลขที่แท้จริงคาดว่ากรมสรรพสามิตจะสามารถสรุปออกมาได้ประมาณอีก 23 เดือนข้างหน้า

ด้านปัญหาเรื่องค่าครองชีพที่ปรับตัวขึ้นนั้น ขณะนี้ไม่เห็นสัญญาณถึงการผิดนัดชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้น คาดว่าคงต้องรอดูอีกประมาณ 23 เดือนจึงจะเห็นทิศทางที่ชัดเจนได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน