
จี้อินโดฯผ่อนกฎหนุนSME
กูรูต่างชาติเตือนกฎหมายธุรกิจเข้มงวดเกินผู้ประกอบการชะลอลงทุนจ้างงาน
กูรูต่างชาติเตือนกฎหมายธุรกิจเข้มงวดเกินผู้ประกอบการชะลอลงทุนจ้างงาน
กูรูเตือนกฎหมายอินโด นีเซียเข้มงวดเกิน ฉุดรายย่อย แนะรัฐบาลเร่งผ่อน
นักวิเคราะห์ต่างชาติออกโรงเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียผ่อน รวมทั้งชะลอการออกกฎหมายการทำธุรกิจในประเทศ ภายหลังพบว่า กฎหมายที่เข้มงวดกำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ถึงขั้นทำให้บางรายต้องปิดกิจการลง
แอนดรูว์ ไวท์ ผู้อำนวยการหอการค้าสหรัฐประจำอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า บ่อยครั้งที่รัฐบาลอินโดนีเซียออกกฎหมายฉบับใหม่อย่างกะทันหัน โดยไม่มีการแจ้งภาคธุรกิจล่วงหน้า ส่งผลให้ภาคเอกชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลายรายจึงเลือกที่จะชะลอแผนการลงทุนลง เพื่อป้องกันความสูญเสีย
“กฎหมายหลายฉบับไม่มีประโยชน์ต่อธุรกิจเลย และแทนที่จะช่วยให้บรรยากาศการทำธุรกิจง่ายขึ้น กลับส่งผลลบต่อบริษัทท้องถิ่น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อินโดนีเซียจะรั้งอันดับ 128 จากทั้งหมด 185 ประเทศ ในส่วนของการจัดอันดับประเทศที่มีบรรยากาศการทำธุรกิจง่ายสุด ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์นั้นครองอันดับ 1” ไวท์ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์จาการ์ตา โกลบ สื่อชื่อดังแดนอิเหนา
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียออกกฎสั่งห้ามผู้ประกอบการในประเทศนำเข้าเครื่องจักรบางชนิด เพื่อหวังปกป้องผู้ผลิตเครื่องจักรท้องถิ่น ทว่า ในความเป็นจริง กฎดังกล่าวกลับส่งผลให้ผู้ประกอบการภาคการผลิตได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากเครื่องจักรดังกล่าวสำคัญอย่างมากต่อกระบวนการผลิต
นอกจากนี้ กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดยังฉุดสถานการณ์การจ้างงานในประเทศให้เลวร้ายลงมากขึ้น
นักวิเคราะห์รายนี้จึงเสนอให้รัฐบาลอินโดนีเซียดึงภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายและนโยบายต่างๆ มากขึ้น
“ภาคเอกชนต้องมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก ไม่ใช่รัฐบาลออกกฎหมายเสร็จแล้วค่อยมาสอบถามความเห็นจากผู้ประกอบการ” ไวท์ แนะนำ
ทั้งนี้ ธุรกิจรายย่อยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแดนอิเหนา โดยคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 99% ของธุรกิจทั้งประเทศ







