posttoday
วัดซีพจรรถครึ่งปีหลังแข่งหนักสุดรอบ20ปี

วัดซีพจรรถครึ่งปีหลังแข่งหนักสุดรอบ20ปี

18 กรกฎาคม 2556

การแข่งขันของค่ายรถยนต์เพื่อชิงตลาดในประเทศ ซึ่งปีนี้จะเติบโตลดลงจากปีก่อนที่ได้แรงอัดฉีดจากโครงการรถคันแรกกว่า 1.4 ล้านคัน ปีนี้เหลือแค่กว่า 1.2 ล้านคัน คงต้องเข้มข้นมากขึ้นแน่ เมื่อหลายบริษัทรถยนต์ต่างออกมาประเมินว่าครึ่งปีหลังตลาดรวมรถที่เชื่อว่าจะกลับมาโตปกติที่ไม่มีโครงการรถคันแรก อาจจะโตวูบน้อยกว่าปกติแน่

การแข่งขันของค่ายรถยนต์เพื่อชิงตลาดในประเทศ ซึ่งปีนี้จะเติบโตลดลงจากปีก่อนที่ได้แรงอัดฉีดจากโครงการรถคันแรกกว่า 1.4 ล้านคัน ปีนี้เหลือแค่กว่า 1.2 ล้านคัน คงต้องเข้มข้นมากขึ้นแน่ เมื่อหลายบริษัทรถยนต์ต่างออกมาประเมินว่าครึ่งปีหลังตลาดรวมรถที่เชื่อว่าจะกลับมาโตปกติที่ไม่มีโครงการรถคันแรก อาจจะโตวูบน้อยกว่าปกติแน่

ประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดช่วงครึ่งปีหลังเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค.เป็นต้นมา จากการส่งมอบรถยนต์ในโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกของบริษัทต่างๆ เริ่มสิ้นสุดลง ซึ่งยอดขายในช่วง 34 เดือนแรกของปียังอยู่ในระดับเกิน 1 แสนคันต่อเดือน

ขณะที่ยอดจองใหม่ของตลาดมีปริมาณลดลงโดยเฉพาะช่วงเดือน พ.ค.เป็นต้นมา มีอัตราทรงตัวมาโดยตลอด ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นในช่วงเดือน ก.ย. จากการเปิดตัวรถยนต์ใหม่ มองว่าภาพรวมตลาดช่วงครึ่งปีหลังจะลดลงกว่าในช่วงครึ่งปีแรก 20% หรือขายเดือนละ 9 หมื่น1 แสนคัน ซึ่งจะต้องจับตามองโดยเฉพาะเดือน ต.ค. ที่จากการเก็บสถิติยอดขายเป็นเดือนที่มียอดขายลดลงที่สุดของปี

ดังนั้น บริษัทจึงปรับแผนผลิตให้สอดคล้องกับภาพรวมตลาดในประเทศที่เริ่มหดตัวลง แต่ยังเป็นช่วงจังหวะที่ดีของบริษัทที่ช่วงปีที่ผ่านมาตลาดในประเทศเติบโตจากโครงการรถคันแรก ซึ่งบริษัทได้ดึงกำลังการส่งออกมาป้อนในประเทศให้เพียงพอ แต่ในขณะนี้ที่ตลาดในประเทศหดตัวลงบริษัทจึงได้เพิ่มการส่งออกมากขึ้นในช่วงนี้

ด้านการแข่งขันปี 2556 ถือได้ว่าเป็นปีที่มีการแข่งขันด้านแคมเปญหนักสุดในรอบ 20 ปีของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย เมื่อเทียบกับปี 2540 ที่เกิดเหตุการณ์วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง ประเทศประสบปัญหาสภาวะเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ในปีดังกล่าวมียอดจำหน่ายรวมเพียง 1.6 แสนคัน ขณะนั้นการแข่งขันยังไม่รุนแรงเท่าในปี 2556 ด้วยการทำโปรโมชันดอกเบี้ย 0% แถมประกันภัยชั้น 1 ฟรี และส่วนลดของแถมต่างๆ

สำหรับบริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดปี 2556 ที่ 10% หรือ 1.2 แสนคันของตลาดรวม ซึ่งเดิมคาดตลาดรวมจะอยู่ที่ 1.2 ล้านคัน แต่ขณะนี้มองว่าภาพรวมตลาดจะเหลือ 11.1 ล้านคัน

“เราต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ 12 เดือนจากนี้ ซึ่งมองว่าอย่างไรก็ตามยอดจำหน่ายในปีนี้จะต้องสูงกว่าในระดับ 1 แสนคันอย่างแน่นอน” ประพัฒน์ กล่าว

เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกมียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 740,795 คัน โดยมียอดจำหน่ายสูงขึ้นเฉพาะในช่วง 4 เดือนแรกของปี จากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก โดยมองว่าปัจจัยความกังวลของภาพรวมตลาดและเศรษฐกิจในประเทศอยู่ที่ผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่อาจจะกระทบต่อการส่งออก รวมถึงปัจจัยราคาน้ำมันที่มีความผันผวนและความกังวลด้านพลังงานไฟฟ้าในประเทศ

นอกจากนี้ สำหรับภาพรวมตลาดระยะกลางและระยะยาวของประเทศไทย ในปี 2557 ตลาดจะอยู่ในระดับ 1.2 ล้านคัน และทยอยปรับสูงขึ้นในช่วงปี 2558 ซึ่งเป็นปีก่อนการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2559 ซึ่งจะทำให้กำลังซื้อในปี 2558 สูงขึ้นมากจากการเร่งซื้อก่อนการปรับขึ้นราคารถยนต์ที่จะเริ่มในปี 2559

“มองว่ารถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาในปีดังกล่าวจะอยู่ในกลุ่ม รถเพื่อการพาณิชย์ และ รถกระบะ ซึ่งอยู่ในระดับ 3% ที่เป็นอัตราที่ต่ำมานาน ในขณะที่รถยนต์นั่งมองว่าอัตราการกำหนดค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมต่อกิโลเมตร เป็นอัตราที่มีความเป็นไปได้ในการพัฒนามากที่สุด ขณะที่เชื่อว่าบริษัทต่างๆจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้สอดคล้องกับอัตราภาษีมากที่สุด” นายทานาดะ กล่าว

เอช นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดช่วงครึ่งปีแรกมียอดจำหน่ายในระดับ 7 แสนคัน ซึ่งคาดว่าช่วง ครึ่งปีหลังภาพรวมตลาดจะชะลอตัวลง ส่งผลให้ตลาดลดลงเหลือในระดับ 1.11.2 ล้านคัน ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ในระดับ 1.43 ล้านคัน ขณะที่ยอดจำหน่ายของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะลดลงเหลือ 2 แสนคัน จาก 2.13 แสนคันในปีที่ผ่านมา

มองว่าช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ภาพรวมตลาดจะชะลอตัวลงจากครึ่งปีแรก ซึ่งกลับสู่สภาวะการเติบโตแบบปกติเมื่อเทียบกับปีที่อยู่ในสภาวะปกติในปี 2553 ซึ่งมองว่ายอดจองรถยนต์ใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มที่ดีอยู่ แต่การพิจารณาการตัดสินใจของลูกค้ายากขึ้นกว่าปกติ โดยยอดจำหน่ายต่อเดือนของภาพรวมตลาดจะอยู่ในระดับ 9 หมื่นคันต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ถือได้ว่าอยู่ในระดับที่ยังคงดีอยู่จากการส่งมอบรถยนต์ในโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาทอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับบริษัทที่ได้มีการส่งมอบรถยนต์ในโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งล่าสุดยอดค้างส่งมอบรถยนต์ (แบ็กออเดอร์) ของบริษัทกลับสู่สภาวะปกติในระดับการรอส่งมอบ 1 2 เดือน

บริษัทมองว่าการแข่งขันในตลาดรถยนต์ช่วงครึ่งปีหลังจะรุนแรงมากกว่าช่วงครึ่งปีแรก จากการคาดการณ์ทางการตลาดของบริษัทรถยนต์บางแห่งที่คาดว่าตลาดจะขยายตัวในปีนี้ ส่งผลให้กำลังการผลิตมีปริมาณมากกว่าความต้องการ ดังนั้นจึงเกิดการคงค้างของปริมาณสต๊อกสินค้า ทำให้มีการอัดโปรโมชันเพื่อระบายสต๊อกนายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้มีการปรับเป้าหมายยอดจำหน่ายลดลงเหลือ 4.5 แสนคัน จากต้นปีที่ได้มีการตั้งเป้าอยู่ที่ 5 แสนคัน จากการคาดการณ์ในช่วงต้นปีของรถคันแรกที่ไม่สามารถประมาณการได้อย่างชัดเจนประกอบกับการเพิ่มกำลังการผลิตของแต่ละบริษัทเพื่อเร่งการส่งมอบให้ลูกค้าในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการประเมินสถานการณ์ภาพรวมของตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีหลัง ที่คาดว่าจะส่งสัญญาณชะลอตัวที่เริ่มมีผลตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ภาพรวมตลาดในปี 2556 จะอยู่ในระดับ 1.3 ล้านคัน หรือลดลง 9.5% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 1.4 ล้านคัน จากการส่งมอบรถยนต์คันแรกในช่วง 3 เดือนแรกของปีสูงขึ้นกว่าการคาดการณ์เดิมที่ภาพรวมตลาดจะอยู่ในระดับ 1.2 ล้านคันในช่วงต้นปีนายเอช นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ เปิดเผยว่า บริษัทมีแนวโน้มในการปรับกำลังการผลิตลดลงในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับภาพรวมตลาดที่ลดลงจากปัจจัยผลกระทบโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาท โดยปัจจุบันบริษัทได้ผลิตเต็มกำลังการผลิตที่ 1.5 1.8 หมื่นคันต่อเดือน ซึ่งเต็มกำลังการผลิตจำนวน 2 กะการทำงานต่อวัน

“บริษัทจะต้องติดตามภาพรวมตลาดอย่างใกล้ชิด ซึ่งการบริหารจัดการกำลังการผลิตรวมถึงการบริหารสต๊อก เป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารงานดำเนินธุรกิจ” นายนาคางาวะ กล่าวนายสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการส่วนงานการตลาดบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ครึ่งปีแรกยอดจำหน่ายยังคงอยู่ในระดับที่สูงอยู่จากการส่งมอบรถยนต์คันแรก ซึ่ง 6 เดือนแรกมียอดจำหน่ายอยู่ในระดับ 7 แสนคัน

สำหรับในครึ่งปีหลังเป็นความท้าทายของค่ายรถยนต์ที่จะต้องสร้างความต้องการซื้อ (ดีมานด์) ใหม่ของตลาดหลังสิ้นสุดโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก ซึ่งบริษัทยังมียอดแบ็กออเดอร์อีกจำนวน 2 3 เดือน

ส่วนการปรับตัวของบริษัทได้มีการปรับการออกแบบผลิตภัณฑ์พร้อมการออกชุดแต่งพิเศษ เพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมการทำตลาดในรถยนต์กลุ่มอื่นๆนอกเหนือจากรถที่เข้าข่ายโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก

ทั้งนี้ บริษัทยังมีความเชื่อมั่นว่าภาพรวมตลาดยังอยู่ในระดับ 1.2 ล้านคันตามการคาดการณ์ของตลาด ขณะที่บางบริษัทมีการปรับมุมมองที่เปลี่ยนไป ซึ่งช่วงไตรมาส 3/2556 เป็นช่วงที่ตลาดลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งจะเริ่มดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน