posttoday
ผ่าแผนปั๊มรายได้ท่องเที่ยวปี'58ดันเพิ่ม 2.2 ล้านล้านบาท

ผ่าแผนปั๊มรายได้ท่องเที่ยวปี'58ดันเพิ่ม 2.2 ล้านล้านบาท

17 กรกฎาคม 2556

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

ทิศทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปีนี้จะเติบโตขีดสุดอีกครั้ง หากไม่มีปัญหาความไม่สงบทางเมืองการเมืองปะทุขึ้นมาสร้างความหวาดกลัวให้นักท่องเที่ยว สร้างความหวาดหวั่นให้กับนักท่องเที่ยวเหมือนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา าพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจะมีทิศทางเติบโตที่เด่นชัด โดยเฉพาะเป้าหมายรายได้ทางการท่องเที่ยวปี 2558 จำนวน 2 ล้านล้านบาท ตามนโยบายรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี น่าจะไม่ไกลเกินเอื้อม แม้ว่าหน่วยงานแม่ทัพอย่าง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะยังไม่มีสูตรการคำนวณรายได้เม็ดเงินที่ออกจากกระเป๋านักท่องเที่ยวชี้แจงได้อย่างสมเหตุสมผลก็ตามที

สมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมรายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย แผนกระตุ้นการท่องเที่ยวตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงความคืบหน้าในการติดตามปัญหาด้านการท่องเที่ยว เสนอต่อที่ประชุมหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 17 ก.ค.นี้ เพื่อวางกรอบการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวไทยแบบบูรณาการ รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การท่องเที่ยวในกลุ่มเอเชียและอาเซียน

ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมเสนอปรับเป้าหมายรายได้ทางการท่องเที่ยวปี 2558 จาก 2 ล้านล้านบาท เป็น 2.2 ล้านล้านบาท โดยมองว่าเป้าหมายเดิม 2 ล้านล้านบาท ภาคการท่องเที่ยวไทยสามารถสร้างรายได้ขยับมาเป็นปีหน้า เนื่องจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกมีกระแสความนิยมเดินทางมาไทย เพราะมีสินค้าการบริการที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มจีน เกาหลี ญี่ปุ่น เกิดการพิพาทเรื่องเกาะ ส่งผลให้ประเทศไทยยังเป็นฐานการพักผ่อนของทั้ง 3 ประเทศอีกยาวนาน ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรป อเมริกา ยังเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในลำดับต้นๆ สำหรับการหนีอากาศหนาวเย็น เพราะมีความคุ้มค่าเงิน

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวไทยให้เป็นไปตามเป้าหมาย 2.2 ล้านล้านบาท ในปี 2558 แบ่งเป็น รายได้ตลาดต่างประเทศ 1.4 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 0.8 ล้านล้านบาท เทียบกับเป้าหมายรายได้ปี 2557 ตลาดต่างประเทศ 1.3 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 7 แสนล้านบาท โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ประเทศ มุ่ง 4 ยุทธศสาตร์ คือ แผน 1 การตลาด เน้นสร้างสมดุลตลาดนักท่องเที่ยวระดับบนกลางสัดส่วน 60% ที่ไม่เคยมาประเทศไทย 14 เมืองรอง 11 ตลาดใหม่ และตลาดเดิมที่เคยมาไทยแล้ว 38 ตลาด และกลุ่มที่เดินทางมาไทยสัดส่วน 40% เน้นขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพตลาดเฉพาะ (นิชมาร์เก็ต) กำลังซื้อสูง รวมถึงรักษาฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มเก่า การปรับแนวทางการส่งเสริมตลาด จีน รัสเซีย และอินเดีย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจการเมืองของทั้ง 3 ประเทศ เป็นต้น ขณะที่ตลาดในประเทศ เน้นเจาะตลาดจัดประชุมสัมมนา (ไมซ์) กลุ่มครอบครัว ซึ่งในปีหน้าเตรียมกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางกว่า 2,000 กิจกรรมตลอดทั้งปี

แผน 2 การฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว เตรียมเพิ่มประสิทธิภาพกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยให้กองทุนมีเงินรายได้จากภาษีที่เกี่ยวข้อง นำกลับมาพัฒนาท้องถิ่น แผน 3 การพัฒนาเส้นทางคมนาคม การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับแผนการลงทุนระบบราง ระบบขนส่งทางบกในโครงการ 2 ล้านล้านบาท แผน 4 การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว เช่น การควบคุมอาวุธปืน การตั้งศาลท่องเที่ยว การตั้งกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เป็นต้น

นอกจากนี้เตรียมยกระดับตำรวจท่องเที่ยว เป็นกองบัญชาการตั้ง 5 กองบังคับการและเพิ่มอำนาจการสอบสวนและสั่งฟ้อง แผน 5.อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว เพิ่มประสิทธิภาพตรวจคนเข้าเมือง การกำหนดวีซ่าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติ และ แผน 6 สินค้าและบริการ เตรียมจัดตั้งองค์การมหาชนเพื่อสร้างและส่งเสริมมาตรฐานสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น

สมศักย์ กล่าวว่า กระทรวงจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาผลักดัน เรื่องความปลอดภัยเป็นวาระท่องเที่ยวแห่งชาติ เพื่อให้ทุกหน่วยงานประสานการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพราะมองว่าภาคการท่องเที่ยวทุกหน่วยงานมีส่วนเกี่ยวข้องที่จะช่วยจัดระบบการบริหารจัดการให้ถูกต้อง เป็นฟันเฟืองหลักในการร่วมมือขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน

ด้านปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ปรานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) บอกว่า สทท.ต้องการให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯนำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวด้าน 8 คลัสเตอร์สินค้าการบริการ มาปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับเส้นทางการลงทุน เพราะขณะนี้ภาพความชัดเจนต่างๆทั้งการลงทุนและแนวทางการพัฒนาไม่มีความชัดเจน ทำให้ภาคเอกชนไม่สามารถกำหนดแนวทางการทำตลาดได้ในอนาคต การลงทุนมูลค่าสูงๆอาจเกิดความสูญเปล่าและไม่ช่วยเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้กับการท่องเที่ยวไทยได้อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?