
ปรับแบบสายสีส้มสถานีแคบลง ลดเวนคืน
ที่ผ่านมาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม เส้นทางตลิ่งชันมีนบุรี มีปัญหาการก่อสร้าง เนื่องจากประชาชนในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการได้ทำการคัดค้านการเวนคืนที่ดิน
ที่ผ่านมาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม เส้นทางตลิ่งชันมีนบุรี มีปัญหาการก่อสร้าง เนื่องจากประชาชนในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการได้ทำการคัดค้านการเวนคืนที่ดิน
ล่าสุด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยสรุปว่าจะปรับแบบก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม 2 สถานีประตูน้ำราชปรารภ ให้แคบลง
นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับรูปแบบการก่อสร้างสถานีประตูน้ำและสถานีราชปรารภ ซึ่งเป็นสถานีที่อยู่ใต้ดินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมตลิ่งชัน หลังจากมีประชาชนคัดค้านการเวนคืนพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้าง เนื่องจากเห็นว่าใช้พื้นที่มากเกินไป และเรียกร้องให้ลดขนาดการเวนคืนให้น้อยลง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับผู้ค้าย่านประตูน้ำ
เบื้องต้น รฟม.ได้ปรับแบบการก่อสร้างสถานีให้มีขนาดแคบลงแล้ว โดยจะใช้วิธีการขุดเจาะลงไปใต้ดินให้ลึกกว่าเดิม เพื่อให้เป็นลักษณะของทางวิ่งซ้อนกันเหมือนกับบางสถานีของรถไฟฟ้าใต้ดินที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน
ด้านสถานีราชปรารภ จะขยับให้อยู่ใกล้กับสถานีราชปรารภของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการใช้บริการ หากต้องการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างรถไฟฟ้าสายสีส้มกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์
ทั้งนี้ สถานีประตูน้ำและสถานีราชปรารภ ถือเป็นสถานีที่มีความจำเป็นต้องก่อสร้าง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเข้าใช้บริการ และไม่สามารถยกเลิกการก่อสร้างทั้งสองสถานีดังกล่าวได้ จึงเลือกใช้วิธีปรับรูปแบบของสถานีเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน
นายยงสิทธิ์ กล่าวว่า การปรับรูปแบบดังกล่าวจะส่งผลให้ต้องใช้วงเงินก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้น แต่หากพิจารณาในภาพรวมของทั้งโครงการแล้วจะยังอยู่ในกรอบงบประมาณที่ตั้งไว้ โดยมั่นใจว่าการก่อสร้างในช่วงนี้จะยังเป็นไปตามแผนงานที่กำหนด เพราะเป็นช่วงที่ 2 ที่จะต้องก่อสร้าง ซึ่งจะช้ากว่าช่วงแรก คือ ศูนย์วัฒนธรรมมีนบุรี ที่ได้ดำเนินการตามกระบวนการเพิ่มเตรียมประกวดราคาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าช่วงศูนย์วัฒนธรรมมีนบุรี ระยะทาง 20 กม. วงเงินงบประมาณ 8.54 หมื่นล้านบาทนั้น ได้ส่งให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาไปเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และยังต้องผ่านการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ด้วย
หลังจากนั้นจึงจะนำเสนอ ครม.พิจารณา หาก ครม.อนุมัติในช่วงปลายปีนี้ ก็จะต้องใช้ระยะเวลาการประกวดราคาประมาณ 1 ปี จากนั้นจึงจะเริ่มลงมือก่อสร้างได้







