
เหนื่อยแทน
ช่วงนี้ใครเห็นลีลาการทำงานของ “เสี่ยโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในหลายเรื่องแล้วบอกได้คำเดียวว่า ไม่ต้องมีคำบรรยาย
ช่วงนี้ใครเห็นลีลาการทำงานของ “เสี่ยโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในหลายเรื่องแล้วบอกได้คำเดียวว่า ไม่ต้องมีคำบรรยาย
ที่ผ่านมาก่อนมีการปรับ ครม.ปู 5 เสี่ยโต้งเสนอให้มีการปรับราคาจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท เหลือ 1.2 หมื่นบาท เพราะมีปัญหาในเรื่องวินัยทางการคลัง แต่หลังปรับ ครม.ปู 5 เสี่ยโต้งได้นั่งเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) มีมติปรับราคาจำนำข้าวกลับมาเป็น 1.5 หมื่นบาท เพราะค้นพบแล้วว่า ไม่มีผลต่อวินัยการคลังแม้แต่นิด
เรียกว่า สร้างความงุนงงสงสัยให้กับหลายฝ่ายว่า ทำไมนโยบายกลับไปกลับมา จนจับทางกันไม่ถูก
ขณะเดียวกันมีข่าว น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ไปให้ข้อมูลกรรมาธิการว่า โครงการมีความเสี่ยงจำนำทุกขั้นตอน ทำให้เสี่ยโต้งตั้งกรรมการสอบ น.ส.สุภา ที่ไปให้ข้อมูลจนทำให้โครงการรับจำนำเสียหาย แทนที่จะตั้งคณะกรรมการสอบว่าโครงการรับจำนำข้าวมีการโกงกันจริงตามที่ น.ส.สุภา ตั้งข้อสังเกตหรือไม่
ล่าสุด ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง บอกกับนักข่าวว่า จะเดินหน้าเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซล 1.50 บาท ในเดือน ต.ค. 2556 ตามที่ระบุไว้ในเอกสารปีงบประมาณ 2557
แต่เสี่ยโต้งกิตติรัตน์ออกมาระบุว่า ได้สอบถามทนุศักดิ์แล้ว ได้รับการยืนยันว่า ไม่ได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าจะมีการปรับขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล 1.50 บาทต่อลิตร ในวันที่ 1 ต.ค. 2556 ทำให้เกิดอาการงงกันสองเด้ง
งงแรกคือ รมช.ทนุศักดิ์ ทำไมถึงลืมง่าย ลืมเร็วในเรื่องการเก็บภาษีน้ำมันดีเซล ทั้งๆ ที่เพิ่งพูดไปหยกๆ
งงที่สองคือ ทำไมเสี่ยโต้งกิตติรัตน์ต้องไปถาม รมช.ทนุศักดิ์ เพราะตอนพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 วาระแรก ท่านกิตติรัตน์ และ รมช.คลัง เป็นผู้ชี้แจงกับฝ่ายค้านที่ตั้งข้อสังเกตในที่ประชุมรัฐสภาว่าเป็นความจริงที่รัฐบาลจะมีการเก็บภาษีน้ำมันดีเซลขึ้น 1.50 บาทต่อลิตรในปีงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557
หรือว่า ที่เขียนไว้ในงบประมาณไม่จริง เสี่ยโต้งกิตติรัตน์กรุณาช่วยชี้แจงด่วนว่า อันไหนข้อเท็จจริง ตรงไหนคำชี้แจงหลอกกันแน่
ประชาชนผู้ออกเสียงจะได้รับรู้ความจริง







