
กมธ.สภาลุยตรวจข้าวถุง"เจียเม้ง"
กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจลงพื้นที่ สำรวจบริษัทเจียเม้ง ผู้รับแปรรูปข้าวในโครงการรับจำนำ เจ้าของย้ำผลิตได้มาตรฐานปลอดภัย
กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจลงพื้นที่ สำรวจบริษัทเจียเม้ง ผู้รับแปรรูปข้าวในโครงการรับจำนำ เจ้าของย้ำผลิตได้มาตรฐานปลอดภัย
นายชนินทร์ รุ่งแสง สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก ประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษากมธ. เดินทางไปดูงานที่ บริษัท เจียเม้ง จำกัด อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา เพื่อติดตามในการบรรจุข้าวถุงตามโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล พร้อมรับฟังรายละเอียดการบริหารจัดการจากตัวแทนบริษัท ตัวแทนองค์การคลังสินค้า (อคส.) โดยนายชนินทร์ ได้สอบถามรายละเอียดการขั้นตอนการดำเนินการบรรจุข้าวถุงหลังจากพบข้าวไม่ได้คุณภาพในหลายพื้นที่
นางประพิศ มานะธัญญา กรรมการผู้จัดการบริษัทเจียเม้ง กล่าวว่า ทางบริษัทเป็นหนึ่งใน 6 บริษัท ที่ได้รับว่าจ้างปรับปรุงข้าวเพื่อออกจำหน่ายจากอคส. ซึ่งมั่นใจว่าการดำเนินของบริษัทปลอดภัยได้มาตรฐานซึ่งรักษาชื่อเสียงมากว่า 80 ปี โดยขั้นตอนการดำเนินการจะเร่ิมต้นตั้งแต่ เบิกข้าวจากอคส. ซึ่งจะเบิกทั้งข้าวเก่าและข้าวใหม่มาผสมกัน เพื่อให้มาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นต้นปีกลางปีปลายปี ข้าวที่ออกไปจะได้มาตรฐานเดียวกันหมด
อย่างไรก็ตาม จากนั้นจะนำข้าวที่ได้มาอบยาซึ่งจะใช้สารฟอสฟีน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานโลกเป็นเวลา 7 วัน และเลิกใช้สารเมธิลโบรไมด์ไปนานแล้วหลังจากมีคำสั่งห้ามใช้ โดยหลังจาก 5 วัน มอดก็จะเริ่มตาย อย่างไรก็ตาม มอดจะยังมีไข่ที่ฝังตัวมาตั้งแต่ยังเป็นฝักข้าว ซึ่งสารดังกล่าวไม่สามารถฆ่าไข่มอดได้ และเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 25 องศาเซลเซียสไข่จะเร่ิมฟักเป็นตัว ดังนั้นจะต้องมีการรมยาทุก 2 เดือน และจากการตรวจสอบคุณภาพจะพบว่ามีสารปนเปื้อนเพียงแค่ 10 ซีเอ็ฟเอ็ม ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อ มาตรฐานกำหนดว่าสารปนเปื้อนไม่เกิน 1,000 ซีเอ็ฟเอ็ม จากนั้นจะนำไปสู่ขั้นตอน ขัดมัน ขัดขาว และทำความสุดท้ายก่อนจะไปยังเครื่องยิงสี ก่อนบรรจุถุง
นางประพิศ กล่าวว่า บริษัทได้รับผิดชอบผลิตข้าวที่ผ่านมาได้แก่ ข้าวธงฟ้า ข้าวร้านค้าถูกใจ นอกเหนือจากที่ผลิตข้าวออกจำหน่ายเองภายใต้ยี่ห้ออื่นหลายยี่ห้อ โดยผลิตในมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ ได้ทำสัญญาปรับปรุงข้าวรวมทั้งสิ้น 4 สัญญา ราคาค่าจ้างปรับปรุงข้าว จะตกอยู่ที่ 17-18 บาท ต่อ กก. ซึ่งบางช่วงก็ได้กำไรบางช่วงก็ขาดทุนขึ้นอยู่กับราคาตลาดขณะนั้น โดยได้รับค่าจ้างปรับปรุงเป็นข้าวของอคส. อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงข้าวในเวลานี้ยังทำไม่ครบสัญญาทั้งหมดเนื่องจาก ส่วนหนึ่งยังติดปัญหาเรื่องการระบายข้าวถุงราคาถูกที่วางจำหน่ายราคา 70 บาทนั้นไม่มีที่ระบายทำให้ไม่สามารถผลิตเพิ่มได้
นายสมศักดิ์ วงศ์วัฒนศานต์ รองผู้อำนวยการ อคส. กล่าวว่า ภาพรวมจากที่รัฐนำข้าว 2.5 ล้านตันมาดำเนินการจัดทำข้าวสารราคาถูกจำหน่ายนั้น จัดจำหน่ายไป 5.3 แสนตัน เป็นค่าปรับปรุงของผู้รับจ้าง 2.4 หมื่นตัน รวมเป็น 5.6 แสนตัน คงเหลืออยู่ในการดำเนินการ 1.9 ล้านตัน โดยอยู่ในสต็อกของรัฐบาล 1.5 ล้านตัน และ อยู่ระหว่างการผลิต 3.6 แสนตัน
หลังจากนั้น กมธ.ได้ร่วมกันตรวจสอบกระบวนการบรรจุข้าวถุงของบริษัท เจียเม้ง ซึ่งทั้งหมดเป็นข้าวคุณภาพดี โดยนายชนินทร์ กล่าวภายหลังการตรวจสอบกระบวนการบรรจุข้าวว่า ปัจจุบันมีปัญหาเรื่องคุณภาพข้าวที่ออกมาจากโครงการรับจำนำข้าวทั้งเรื่องข้าวเสื่อมคุณภาพ และ สารปนเปื้อนจึงต้องลงมาตรวจสอบในขั้นตอนกระบวนการผลิต ซึ่งขณะนี้ยังมีปัญหาเรื่องการให้ข้อมูลกับฝ่ายตรวจสอบ โดยอยากให้ คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนมากกว่าหน้าตาของรัฐบาล







