posttoday
บทบาทภาครัฐสู่อาเซียนความท้าทายที่ต้องเร่งจัดการ

บทบาทภาครัฐสู่อาเซียนความท้าทายที่ต้องเร่งจัดการ

16 กรกฎาคม 2556

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

วิสัยทัศน์สู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ได้สร้างบทบาทใหม่ให้ภาครัฐในฐานะผู้ขับเคลื่อนและเตรียมพร้อมสังคมไทยทุกภาคส่วนสู่ความเปลี่ยนแปลง

ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนา “ยุทธศาสตร์อาเซียนของภาครัฐในกระแสโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง” โดยมีตัวแทนภาครัฐที่รับผิดชอบแต่ละเสาหลักของอาเซียนร่วมเป็นวิทยากร

อรรถยุทธ์ ศรีสมุทร อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ เปิดประเด็นว่า ภาพรวมของภาครัฐไทยมีเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการและต้องทำเพิ่มเติมทั้งสิ้น 4 เรื่องหลักๆ 1.การแก้ไขกฎระเบียบภายในประเทศ เนื่องจากกฎหมายที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาของไทยหลายฉบับนั้น มีการประกาศใช้มานานกว่า 50 ปี ไม่ได้มีเจตนารมณ์ของการรวมตัวกันเพื่อพัฒนาเช่นเดียวกับเจตนารมณ์ของประชาคมอาเซียน ภาครัฐจึงต้องจัดการแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัยและซ้ำซ้อนให้สอดคล้องกับข้อตกลงของประชาคมอาเซียน

“แต่ในความเป็นจริงต้องยอมรับว่ายากมาก เพราะกฎหมายไทยมีกฎหมายลูกจำนวนมาก แค่การเชื่อมโยงอาเซียนด้านคมนาคมยังต้องเข้าไปดูกฎหมายลูกจำนวนมาก จนไม่รู้ว่าแก้กี่ฉบับ”

2.การจัดการพื้นที่ชายแดน การเปิดประชาคมอาเซียนอาจทำให้มีผู้คนไหลเข้าออกบริเวณชายแดนมากขึ้น บางคนอาจเข้ามาแบบเช้าเย็นกลับ ก่อให้เกิดปัญหาสินค้าหนีภาษี อาชญากรรม ยาเสพติดรุนแรงขึ้น จึงต้องเข้าไปช่วยกันบริหารจัดการ โดยในวันที่ 16 ก.ค. จะมีการระดมสมองผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อหาแนวทางการจัดการ

3.การเพิ่มความเชื่อมโยง (Connectivity) ตั้งแต่ด้านการคมนาคมขนส่ง โดยไม่ใช่เพียงการขนส่งระบบรางในโครงการ 2 ล้านล้านบาท แต่ยังรวมถึงการทำสะพานข้ามแดนระหว่างกัน เช่น การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเพิ่มเติม ตลอดจนการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างกันในขณะนี้ ต้องผ่านหน่วยงานมากถึง 23 หน่วยงาน ต่อไปก็ต้องลดขั้นตอนเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงในการเคลื่อนย้ายสินค้าเร็วขึ้น

4.การพัฒนาการศึกษาควบคู่กับการพัฒนาแรงงาน ต้องสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ต่างแดน รวมทั้งต้องปรับภาคการศึกษาของไทยให้ทันและเชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดแรงงานสู่ประชาคมอาเซียน ในยุคที่ไทยขาดแคลนครู ก็มีมหาวิทยาลัยราชภัฏขึ้นมาผลิตครูป้อนตลาด แต่ขณะนี้สภาพเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงไป ภาคนิคมอุตสาหกรรมขาดแคลนแรงงานระดับ ปวช. และ ปวส.จำนวนมาก ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับตัวให้ทัน พร้อมดูแนวโน้ม 2 ปีข้างหน้าด้วยว่าจะต้องการบัณฑิตสาขาใด

ด้าน สุกัญญา เวชศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเด็ก สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เล่าว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานในกระทรวงและเสาสังคมและวัฒนธรรมมีความตื่นตัวมากกับประชาคมอาเซียน สังเกตว่าไม่ว่าเวทีใดก็จะมีการพูดถึงเรื่องนี้

อย่างไรก็ดี การพัฒนาเด็กและเยาวชนสู่ประชาคมอาเซียนน่าจะเป็นเรื่องร้อนที่สุดเรื่องหนึ่งของภาครัฐ เพราะเด็กไทยวันนี้จะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนไทยและอาเซียนในอนาคต

“เราจะปล่อยให้เด็กไทยนอนดึก ตื่นสาย กินฟาสต์ฟู้ดแบบที่เป็นอยู่ขณะนี้ไม่ได้ นี่คือความท้าทายของเสาสังคมและวัฒนธรรมที่จะต้องพัฒนาเด็กไทยให้มีวินัยมากขึ้น พร้อมแข่งขันกับเด็กชาติอื่น”

ทั้งนี้ เด็กและเยาวชนในอาเซียนค่อนข้างได้เปรียบไทยหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องระเบียบวินัย รวมถึงทักษะการคิดวิเคราะห์ก็จะเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เพราะเด็กไทยส่วนหนึ่งตอนนี้ถนัดแต่การท่องจำ ต้องให้เด็กสามารถวิเคราะห์เรื่องต่างๆ ด้วยตัวเอง มีส่วนร่วมกับภาคสังคมมากขึ้น โดยกระทรวงจะคอยเป็นกลไกในการเชื่อมโยงเครือข่ายเด็กและเยาวชนของไทยในทุกระดับ ตั้งแต่หมู่บ้าน ตำบล ประเทศไปจนถึงระดับอาเซียน ให้เด็กๆ พร้อมก้าวเป็นผู้ใหญ่ที่จะขึ้นมาพัฒนาอาเซียนต่อไป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน