
นักเศรษฐศาสตร์ชี้ปีนี้ศก.โต4%ก็สูงแล้ว
นักเศรษฐศาสตร์ ชี้รัฐต้องลงทุนเพิ่มอีก 6.5 หมื่นล้าน ถึงจะดันจีดีพีปีนี้โต 4% แต่เหนื่อยเพราะเศรษฐกิจครึ่งปีหลังอาการหนัก
นักเศรษฐศาสตร์ ชี้รัฐต้องลงทุนเพิ่มอีก 6.5 หมื่นล้าน ถึงจะดันจีดีพีปีนี้โต 4% แต่เหนื่อยเพราะเศรษฐกิจครึ่งปีหลังอาการหนัก
นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ขยายตัวได้ 4% ก็ถือว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดแล้ว เพราะภาวะเศรษฐกิจขณะนี้แรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจจากเครื่องจักร 4 ตัว คือ การบริโภคในประเทศ การลงทุน การส่งออก และนโยบายการคลังนั้น สามารถทำงานได้เพียง 1 ตัว คือ นโยบายการคลังเท่านั้น ส่วนอีก 3 ตัวชะลอจนเกือบดับหมดแล้ว อย่างไรก็ดี นโยบายการคลัง การเบิกจ่ายภาครัฐก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำได้ตามแผนงาน และมีความเสี่ยงช่องว่างการคลัง( Fiscal Space )
ที่สำคัญถ้ารัฐบาลต้องการให้จีดีพีปีนี้โตได้ 4% ต้องมีการลงทุนภาครัฐให้ได้ที่ระดับ 5.159 แสนล้านบาท จากขณะนี้ที่รัฐบาลมีรายจ่ายลงทุนในงบประมาณที่ 4.504 แสนล้านบาท ซึ่งต้องลงทุนเพิ่มในปีนี้อีก 6.557 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ตามเป้าหมาย
นายสกนธ์ กล่าวว่า หากประเมินถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยและแนวโน้มในครึ่งปีหลังจะพบว่ามีแนวโน้มชะลอตัวลง สะท้อนจากดัชนีเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจส่วนใหญ่ลดลงต่อเนื่อง อาทิ ดัชนีการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ดัชนีผลผลิตของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องมากจากไตรมาสแรกที่ผ่านมา ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าจิดีพีปีนี้อาจโตไม่ถึง 4%
“ถ้าปีนี้โตไม่ถึง 4% ย่อมส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลให้ต่ำกว่าเป้าหมาย ถึงแม้ว่าในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 รัฐจะเก็บรายได้ได้เกินกว่าเป้าหมาย 2.7% โดยจัดเก็บรายได้ได้ทั้งสิ้น 1.1 ล้านล้านบาท เก็บได้เกินเป้าหมายทั้ง 3 กรม ซึ่งการเก็บได้เกินเป้าน่าจะมาจากโครงการรถยนต์คันแรก และการเพิ่มภาษีสรรพสามิต แต่ต้องดูต่อไปว่าหลังรัฐบาลคืนภาษีสรรพสามิตให้ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกแล้ว รัฐบาลจะเหลือรายได้สุทธิเพียงพอหรือไม่” นายสกนธ์กล่าว
นายสกนธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้รัฐบาลยังมีความเสี่ยงช่องว่างทางการคลังลดลง เพราะในฝั่งงบประมาณรายจ่ายในช่วง 8 เดือนแรกของปีนั้น มีการเบิกจ่ายไปแล้วเพียง 57-58% หรือคิดเป็นเงิน 1.38 ล้านล้านบาทเท่านั้น ยังเหลืออีกถึง 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 3-4 เดือนก็จะปิดงบประมาณยังไม่แน่ว่าจะเบิกใช้ทันตามแผนการใช้งบประมาณหรือไม่ หรือจะกระทบการลงทุนลดลงอีกหรือไม่ต้องติดตาม







