
ซิโน-ไทยเกาะแขนทุนญี่ปุ่นบุกพม่า
หลังเห็นแววสดใสด้านตลาดในไทยขยายเอกชนเพิ่ม
หลังเห็นแววสดใสด้านตลาดในไทยขยายเอกชนเพิ่ม
ซิโนไทย สนเกาะติดทุนญี่ปุ่นลุยรับงานก่อสร้างพม่า ด้านไทยเร่งขยายงานเอกชน โรงไฟฟ้าโรงงาน
นายวรพันธ์ ช้อนทอง กรรมการรองผู้จัดการสายงานการเงินและบริการบริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจเข้าไปลงทุนในพม่าจำนวนมาก เช่น กลุ่มมิตซุย กลุ่มมารุเบนิ เป็นต้น ทำให้ ซิโนไทย สนใจที่จะเจาะตลาดงานรับเหมาก่อสร้างในพม่า โดยอาศัยการตามไปกับกลุ่มทุนญี่ปุ่นดังกล่าว ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีการจับมือเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการ แต่ที่ผ่านมา ซิโนไทย มีเครือข่ายที่ดีกับกลุ่มทุนญี่ปุ่นอยู่แล้ว
ทั้งนี้ โครงการที่กลุ่ม ซิโนไทย สนใจเข้าไปรับงานก่อสร้างในพม่า ส่วนใหญ่เป็นโรงงาน โรงไฟฟ้า ซึ่งนอกจากกลุ่มทุนญี่ปุ่นแล้ว ยังมีกลุ่มทุนเยอรมนี เช่น ค่ายซีเมนส์หรือกลุ่มทุนโรงไฟฟ้าจากฝรั่งเศสที่เข้าไปศึกษาการลงทุนในพม่าเช่นกัน เพราะเป็นประเทศเปิดใหม่ที่อยู่ระหว่างขยายการลงทุนอย่างหนักในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งนักลงทุนล้วนเข้าไปศึกษาว่ามีงานใดบ้าง
ขณะที่การรับงานก่อสร้างใหม่ๆ ในประเทศไทย จะเพิ่มสัดส่วนงานภาคเอกชนกลุ่มโรงงานและโรงไฟฟ้าให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าขยับสัดส่วนงานภาคเอกชนจากปัจจุบัน 30-35% เป็น 40% เพราะงานภาคเอกชนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และมีกำไรที่ดีกว่างานภาครัฐ ส่วนงานเอกชนที่เป็นโครงการที่อยู่อาศัย กลุ่มซิโนไทย ยังคงยืนยันนโยบายเดิม ไม่รับงานดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาเจอปัญหาเรื่องการจ่ายเงินล่าช้าของโครงการประเภทที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ บางโครงการที่อยู่อาศัยที่เคยรับก่อสร้าง ขาดสภาพคล่อง จนไม่มีเงินจ่าย ต้องรับตัวโครงการมาขายต่อเอง อีกทั้งงานก่อสร้างที่อยู่อาศัยยังอยู่ในภาวะกดราคารับเหมาที่ต่ำเกินไป ไม่คุ้มค่ากับการรับความเสี่ยง ส่วนปัญหาเรื่องแรงงาน กลุ่มซิโนไทย ปรับตัวด้วยการพึ่งพาเทคโนโลยีก่อสร้างมากขึ้น พร้อมกับนำเข้าแรงงานต่างด้าวต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ 4,000 คน จากโควต้าทั้งหมด 7,000 คน
นายวรพันธ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าการขยายตัวในลาวและพม่าจะมากขึ้น จนมีกระแสข่าวว่าแรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้จะกลับไปทำงานที่บ้าน แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำของไทยยังสูงกว่าลาวและพม่าถึง 4 เท่าตัว ส่วนต่างที่ห่างกันมากขนาดนี้ยังจูงใจให้แรงงานต่างด้าวสนใจเข้ามาทำงานในไทย แต่มั่นใจได้เลยว่าในอีก 7 ปีข้างหน้าที่ลาวและพม่าเติบโตมากขึ้น จะมีผลให้ค่าแรงขั้นต่ำขยับขึ้นจนใกล้เคียงไทย และเริ่มมีส่วนต่างที่ไม่จูงใจ ถึงเวลานั้นถ้าไม่ปรับตัวรองรับล่วงหน้าด้วยการพึ่งเทคโนโลยีก่อสร้างสำเร็จ ไทยจะเจอวิกฤตขาดแคลนแรงงานหนักกว่าปัจจุบัน







