posttoday
แม็คกรุ๊ป ยีนส์แบรนด์ไทย หลุดจอง

แม็คกรุ๊ป ยีนส์แบรนด์ไทย หลุดจอง

15 กรกฎาคม 2556

บริษัท แม็คกรุ๊ป หรือ MC ภายใต้การบริหารของ “สุณี เสรีภาณุ” ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพิ่งนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นหุ้นเข้าซื้อขายบริษัทแรกในครึ่งปีหลังปรากฏว่าหุ้นแจกกำไรนักลงทุนเฉพาะวันแรกกว่า 6.66% โดยปิดที่ 16 บาท จากราคาจองซื้อที่ 15 บาท แม้ว่าตลาดหุ้นโดยรวมจะดิ่งลงแรงกว่า 12 จุดก็ตาม

บริษัท แม็คกรุ๊ป หรือ MC ภายใต้การบริหารของ “สุณี เสรีภาณุ” ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพิ่งนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นหุ้นเข้าซื้อขายบริษัทแรกในครึ่งปีหลังปรากฏว่าหุ้นแจกกำไรนักลงทุนเฉพาะวันแรกกว่า 6.66% โดยปิดที่ 16 บาท จากราคาจองซื้อที่ 15 บาท แม้ว่าตลาดหุ้นโดยรวมจะดิ่งลงแรงกว่า 12 จุดก็ตาม

หลังจากนั้นราคาได้ยืนเหนือจองตามลำดับ ก่อนหลุดต่ำกว่าจองตั้งแต่วันพุธที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา จนล่าสุดปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 12 ก.ค. ปิดที่ 14.6 บาท

ทั้งนี้ แม้ว่า ปรารถนา มงคลกุล ประธานกรรมการบริหาร เข้าไปเก็บหุ้นเข้าพอร์ตเพิ่มอีก 5 แสนหุ้น ก็ไม่เป็นผล

บรรยากาศมีผลอย่างมากต่อราคาหุ้น เพราะแม้ว่าราคาจองหุ้น MC 15 บาท มีส่วนลด 40-50% สัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) MC อยู่ที่ 13 เท่า นับว่าถูกกว่าราคาที่กำหนดไว้ 21-25 บาท และต่ำกว่า พี/อี กลุ่มพาณิชย์ที่อยู่ที่ 30-33 เท่า นอกจากนั้นนักลงทุนที่จองซื้อหุ้นยังจะได้รับเงินปันผลทันที 0.225 บาท ในวันที่ 30 ก.ค. 2556 ก็ไม่สามารถกระตุ้นราคาหุ้นได้

MC เป็นยีนส์ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดของตลาดยีนส์ในประเทศไทย 37.9% ด้วยสาขา 537 สาขา ครอบคลุม 73 จังหวัด และตั้งเป้าหมายเพิ่มเป็น 751 สาขา ในปี 2559

ปรารถนา กล่าวว่า จุดขายของยีนส์บริษัท คือ เน้นความเข้ารูปในการสวมใส่ผลิตจากยีนส์แบรนด์นอก และผลสำรวจพบว่าลูกค้าที่ซื้อยีนส์ของบริษัทไปใช้ครึ่งหนึ่งกลับมาซื้ออีกสะท้อนความภักดีต่อแบรนด์ และลูกค้าส่วนใหญ่เป็นระดับผู้ประกอบการในต่างจังหวัด

บริษัทเรียกชำระหุ้นเพิ่มทุนจาก 300 ล้านบาท เป็น 400 ล้านบาท ด้วยมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท สุณี กล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปขยายสาขาให้ครบตามแผนและลงทุนการวิจัยและพัฒนาศูนย์ออกแบบและการเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ศูนย์การกระจายสินค้าใหม่ ชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร ส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและขยายธุรกิจในอนาคต

ทั้งนี้ ไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 180 ล้านบาท จาก 139 ล้านบาท เพราะสามารถเพิ่มจำนวนช่องทางการจัดจำหน่ายในปี 2556 ได้อย่างรวดเร็วเป็นไปตามแผนการวางเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงรายได้ในแต่ละจุดขายที่เพิ่มขึ้น

ไตรมาสแรก ปี 2556 บริษัทสามารถเปิดจุดจำหน่ายเพิ่มขึ้นรวม 26 แห่ง แบ่งเป็นร้านค้าปลีกของตัวเอง 15 แห่ง ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ 4 แห่ง ร้านค้าปลีกที่บริหารโดยตัวแทนของบริษัทในประเทศพม่า 6 แห่ง และในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อีก 1 แห่ง เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2555 ที่บริษัทเปิดจุดจำหน่ายทั้งหมดเพียง 7 แห่ง ส่งผลให้ ณ วันที่ 31 มี.ค. 2556 บริษัทมีจุดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 537 แห่ง แบ่งเป็นจุดจำหน่ายในประเทศ 530 แห่ง และต่างประเทศ 7 แห่ง

ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2556 ได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่อีก 3 แบรนด์ เพื่อนำเสนอสินค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น และเข้าครอบคลุมฐานลูกค้าในแต่ละระดับให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะสร้างความแข็งแกร่งในการก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดเครื่องแต่งกายและสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยแบรนด์ที่เปิดตัวไป ได้แก่ “Mc Pink” เปิดตัวในเดือน ก.พ. นำเสนอเสื้อผ้าแฟชั่นสตรีที่มีสไตล์ตามเทรนด์แฟชั่น “Mc Mini” เปิดตัวในเดือน เม.ย. นำเสนอเสื้อผ้าสำหรับเด็กวัย 6-12 ปี เพื่อส่งต่อไลฟ์สไตล์ความชอบจากรุ่นสู่รุ่น และ “Blue Brothers” ยีนส์ระดับพรีเมี่ยม เอาใจคนรักยีนส์ ที่เริ่มเปิดตัวผ่านร้าน popup shop ใน Siam Center เมื่อกลางเดือน มิ.ย.

นอกจากนั้นยังเปิดเว็บไซต์ www.wowme.co.th เพื่อเข้าสู่ตลาดการจัดจำหน่ายประเภทออนไลน์ โดยไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้เครือข่ายของบริษัท

MC มีความหลากหลายของแบรนด์เพื่อเจาะลูกค้ากลุ่มต่างๆ ทั้งตลาดบนและตลาดล่าง ภายใต้แบรนด์ MC MCLady Bison MCPink Mcmini ที่เข้าถึงทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่มลูกค้าผู้หญิงที่มีอำนาจซื้อสูง

ทั้งนี้ แม้ว่าตลาดเครื่องนุ่งห่มจะขยายตัว 5.2% ในปีที่ผ่านมา แต่ MC อยู่ในตลาดยีนส์ที่เติบโตสูงถึง 15-20% ต่อปี และบริษัทยังมีแนวโน้มการเติบโตจากแผนการขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ผ่านออนไลน์และเปิดแบรนด์ใหม่เจาะตลาดบนผ่านแบรนด์ Blue Brothers

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ คาดว่าปีนี้กำไรสุทธิของบริษัทน่าจะโต 32.9% ที่ 796 ล้านบาท จากรายได้ที่ขยายตัวถึง 32.2% มาอยู่ที่ 3,379 ล้านบาท จากการขยายสาขาทั้งร้านของบริษัทเองและสาขาตามห้างโมเดิร์นเทรด ด้วยอัตราการเติบโตยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่สูงถึง 17% สำหรับร้านค้าโมเดิร์นเทรด และ 25% สำหรับร้านค้าของบริษัทเอง และอัตราส่วนกำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับสูงถึง 56.3% จากการบริหารต้นทุนและการประหยัดต่อขนาด

นอกจากนี้ MC มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยหลังจากเข้า ตลท. คาดว่า MC จะไม่มีภาระหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) และอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (อาร์โอเอ) จะอยู่ในระดับประเมินมูลค่าที่เหมาะสม 23 บาท

บล.ทิสโก้ ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมที่ 23 บาทต่อหุ้น พี/อี ปี 2556 ที่ 23 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ากลุ่มค้าปลีกที่ พี/อี 28 เท่า โดยมีปัจจัยเสี่ยงคือการขยายสาขาที่ไม่เป็นไปตามคาด

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?