
เศรษฐกิจ...ซึมยาว หดเป้าจีดีพีเหลือ4.3%
สัปดาห์ที่ผ่านมาอาการเศรษฐกิจของไทยเริ่มมีทิศทางซบเซาอย่างชัดเจนมากขึ้น
สัปดาห์ที่ผ่านมาอาการเศรษฐกิจของไทยเริ่มมีทิศทางซบเซาอย่างชัดเจนมากขึ้น เมื่อศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ออกมาปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2556 อีกเป็นครั้งที่ 2 เหลือ 4.3% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 5% บนพื้นฐานการส่งออกโต 4.1% เงินเฟ้อ 2.32.7% และดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบ 0.2% เป็นครั้งแรก หลังเกิดวิกฤตปี 2540 โดยเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำสุดในไตรมาส 3 และฟื้นตัวในไตรมาส 4
สอดคล้องกับคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจประจำเดือน พ.ค. และแนวโน้มปี 2556 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการลดลง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจสำคัญแทบทุกรายการยังคงหดตัวทั้งด้านการใช้จ่ายและการผลิต โดยเฉพาะดัชนีการบริโภค การลงทุนภาคเอกชน เดือน พ.ค. ติดลบ 3.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่ขยายตัว 11.1% และเมื่อรวมข้อมูลเดือน พ.ค. และ เม.ย. เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 มีแนวโน้มชะลอตัว และพบว่าสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวลงต่อเนื่อง ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ สศช.ติดตามอย่างใกล้ชิด
ในทิศทางเดียวกับสินเชื่อบัตรเครดิตที่ยอดการใช้จ่ายลดลง ซึ่งนายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไตรมาส 3 มีสัญญาณฟื้นตัวต่ำ เนื่องจากคนเริ่มประหยัด เพราะมีหนี้ผ่อนชำระสูง เห็นได้จากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของลูกค้าเก่าเติบโตเพียง 5% และครึ่งแรกปีนี้มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 1.1 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 1 หมื่นล้านบาท และเริ่มชำระหนี้ไม่หมดทั้งจำนวน ยอมมีหนี้คงค้าง
กนง.คงดอกเบี้ย 2.5%
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) สัปดาห์ที่ผ่านมา มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.5% เนื่องจากเป็นอัตราที่ผ่อนคลาย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอ่อนๆ และพร้อมที่จะยืดหยุ่นนโยบายตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ ในวันที่ 19 ก.ค. ธปท.จะปรับลดตัวเลขประมาณการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ลงต่ำกว่า 5% จากเดิมที่กำหนดไว้ 5.1% แม้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวลดลง แต่ก็ไม่ถึงขั้นเลวร้ายจนทำให้บริษัทต่างๆ ต้องปิดกิจการอย่างแพร่หลาย เกิดการว่างงานรุนแรง
ฟันแก๊งคืนภาษี
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังสอบสวนกลุ่มผู้ส่งออกที่มีการใช้หลักฐานเท็จมาขอคืนภาษี คาดว่าจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องได้ในเร็วๆ นี้ ที่ผ่านมาได้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ประกอบการส่งออกปลอมไปแล้ว 30 บริษัท เป็นยอดขอคืนภาษี 2,600 ล้านบาท แต่ภายหลังกรมสรรพากรมีการตรวจเพิ่มกว่า 50 ราย มูลค่าภาษีที่เสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท หากพบว่ามีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้อง จะดำเนินการอย่างเต็มที่
อายัดทรัพย์พันล้าน
นายนพดล อุเทน ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการงานคดี 1 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ปปง.ได้ขออนุมัติหมายค้นภายหลังคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้อายัดที่ดินในชื่อผู้ครอบครอง คือ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกับพวก รวม 319 แปลง มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังอายัดบัญชีเงินฝากอีก 9 บัญชีและรถยนต์อีก 10 คัน เนื่องจากมีสมาชิกสหกรณ์ดังกล่าวร้องทุกข์กล่าวโทษว่านายศุภชัยมีพฤติกรรมยักยอกเงิน
ขณะที่นายศุภชัย กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นการถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านี้ และได้ยืนยันความบริสุทธิ์ว่าตั้งแต่ปี 2551-2555 ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องสามารถให้ตรวจสอบได้ โดยในการเบิกจ่ายเงินสหกรณ์ฯ จะมีลายเซ็นของตนเองและเหรัญญิก 2 คน จึงสามารถเบิกเงินธนาคารได้







