posttoday
เศรณีคลีนิกลุยขยายสาขาชิงตลาดคนอยากสวยหล่อ

เศรณีคลีนิกลุยขยายสาขาชิงตลาดคนอยากสวยหล่อ

12 กรกฎาคม 2556

คนเราต่างก็อยากสวย อยากหล่อ ยิ่งยุคนี้เทคโนโลยีก้าวหน้า มีเทคนิคทางการแพทย์ใหม่ๆ เข้ามา ทำให้สวยและหล่อได้ง่ายขึ้น

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

คนเราต่างก็อยากสวย อยากหล่อ ยิ่งยุคนี้เทคโนโลยีก้าวหน้า มีเทคนิคทางการแพทย์ใหม่ๆ เข้ามา ทำให้สวยและหล่อได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุนี้เองทำให้มีกลุ่มผู้สนใจหันมาจับธุรกิจคลินิกเสริมความงามกันมากขึ้น เช่น เศรณีคลินิก ก็ถือเป็นผู้ประกอบการหนึ่งในนั้น

จักกฤษณ์ อัครเศรณี กรรมการผู้จัดการ เศรณีคลินิก เปิดเผยว่า ได้ก่อตั้งเศรณีคลินิกตั้งแต่ปี 2552 โดยมีแนวคิดที่ว่า นึกถึงเศรณีคลินิก นึกถึงแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเรื่องความสวยงามที่ไว้ใจได้ ไม่เลี้ยงไข้ ไม่โน้มน้าวให้ลูกค้าซื้อคอร์สเป็นหลัก แต่เน้นเรื่องการรักษาตามความเป็นจริง เพราะมองว่าคลินิกเสริมความงามทั่วไปในท้องตลาดมักจะใช้กลยุทธ์คล้ายๆ กัน คือ ให้พนักงานโน้มน้าวลูกค้าขายคอร์สทุกอย่างที่มีเพื่อรับเงินจากผู้ใช้บริการให้ได้มากที่สุด โดยไม่สนใจว่าเกิดประโยชน์กับผู้ใช้บริการจริงหรือไม่

สำหรับการให้บริการของเศรณีคลินิก จะเน้นเรื่องการรักษาสิว มีคอร์สแอคเนย์ บุฟเฟ่ต์ รับประกันรักษาสิวหายทุกกรณี และเทคนิคการย้อนวัย (ดีฟ ลิฟ อัพ) ใช้โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ขั้นสูง สูตรเฉพาะจัดการพังผืดที่หย่อนคล้อยและกล้ามเนื้อบางส่วนที่ทำงานมากเกินไป โดยตั้งเป้าหมายว่าเศรณีคลินิกจะต้องเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจคนไข้ ทั้งการรักษาสิวหายขาดและการย้อนวัยได้ผล

ปัจจุบันเศรณีคลินิกมี 5 สาขา ได้แก่ สาขารามอินทรา กม.8 (ตรงข้ามบิ๊กซี คู้บอน) สาขา แฮปปี้ อเวนิว ลาดพร้าว 101 สาขาดิจิตอล เกตเวย์ เอกมัย (ชั้น 1) สาขาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ (ชั้น 6) และสาขาสยามสแควร์ (หลังโบนันซ่า ตรงข้ามมาบุญครอง) โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายตลาดระดับปานกลางสูง (บีบวก) คนที่ใส่ใจและคำนึงถึงการรักษาที่ถูกต้อง ไม่หวังผลการรักษาที่ฉาบฉวย เร็ว แค่คำนึงคุณภาพ มาตรฐานการรักษา ความรู้ ความชำนาญของแพทย์อันดับต้นๆ

“เศรณีคลินิกเพิ่งลงทุนขยายสาขาที่ 4 และ 5 ในปีนี้ ใช้งบประมาณมากกว่า 20 ล้านบาท และปลายปีนี้มีแผนจะขยายสาขาที่ 6 โดยมองทำเลพระราม 2 ปิ่นเกล้าและบางแคไว้ ส่วนปีหน้าวางแผนว่าจะขยายสาขาไปยังจังหวัดใหญ่ๆ รวมทั้งขยายสาขาในกรุงเทพฯ เพิ่มอีก” จักกฤษณ์ กล่าว

ทั้งนี้ เศรณีคลินิก ตั้งเป้าหมายว่า จะมีรายได้เดือนละ 78 ล้านบาท และรายได้จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากทำให้ฐานลูกค้ากว้างขึ้น โดยปีที่ผ่านมามีฐานลูกค้า 4,000-5,000 คน แต่เนื่องจากปีนี้ขยายสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 3 แห่ง จึงคาดว่าจะมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น 3-4 เท่าตัว

ขณะเดียวกันจะปรับกลยุทธ์การตลาดโดยขยายกลุ่มเป้าหมายระดับกลางลงมา ด้วยการปรับราคาสินค้าลงเพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกจับต้องได้มากขึ้น และเพิ่มประเภทสินค้าในคลินิกให้ครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย รวมทั้งเน้นเรื่องการสร้างแบรนด์เศรณีคลินิกให้เข้มแข็งเป็นที่เชื่อถือมากขึ้น

จักกฤษณ์ กล่าวว่า มูลค่าธุรกิจคลินิกความงามปีนี้อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป็นผลจากแนวโน้มคนไทยที่หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ต้องการหล่อและสวย คนไทยมีกำลังซื้อมากขึ้น ประกอบกับคลินิกด้านความงามที่เป็นแบรนด์ชื่อดัง 5 อันดับแรกในตลาด โหมทำแคมเปญโฆษณา ทำการตลาดแข่งขันกันต่อเนื่อง เป็นอีกส่วนกระตุ้นให้ตลาดนี้ตื่นตัวตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้แข่งขันสูง เพราะมีคลินิกรายเล็กๆ สนใจเข้ามาในตลาดมาก เนื่องจากมองว่าธุรกิจนี้เติบโตเร็ว กำไรดี จนเกิดสถานการณ์จำนวนคลินิกที่มีอยู่มากเกินความต้องการของตลาด (โอเวอร์ ซัพพลาย) ดังนั้นโดยส่วนตัวเชื่อว่าในอนาคตจะมีเฉพาะแบรนด์คลินิกความงามรายใหญ่ที่มีภาพลักษณ์ดี มีสินค้าให้บริการที่ชัดเจนเป็นเอกลักษณ์จึงจะอยู่ในตลาดได้ ส่วนคลินิกรายเล็กๆ ที่ตบเท้าเข้ามาสู่ตลาดนี้อย่างหนักหน่วงจะเริ่มหายไปจากตลาดเรื่อยๆ

“ในอนาคตผู้ซื้อจะฉลาดมากขึ้น ค้นหาข้อมูลมากขึ้น เพราะมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถค้นหาข้อมูลได้ง่าย จะเริ่มไม่รับแบรนด์คลินิกความงามที่ไม่ชัดเจนหรือไม่จริงใจ ภาพลักษณ์ไม่ดีในสังคม” จักกฤษณ์ กล่าว

นับเป็นธุรกิจในภาคบริการอีกประเภทที่เติบโตรวดเร็วมากและมีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบรนด์ใดจะเข้มแข็ง อยู่ในตลาดได้ระยะยาวแค่ไหน คงต้องขึ้นอยู่กับการให้บริการว่ารักษาคนไข้ให้หายขาดจนบอกต่อปากต่อปากได้มากแค่ไหน เพราะหากเป็นคลินิกประเภทที่เลี้ยงไข้ ทำให้คนไข้ต้องเข้าสู่วัฏจักรไปคลินิกทุกสัปดาห์ในไม่ช้าก็คงเริ่มล้มหายตายจากไปแน่นอน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร