
ก.ล.ต.ยันสอบอดีตผู้บริหารLVTเป็นธรรม
ก.ล.ต. แจงให้ความเป็นธรรมสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีอดีตผู้บริหาร LVT อินไซเดอร์
ก.ล.ต. แจงให้ความเป็นธรรมสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีอดีตผู้บริหาร LVT อินไซเดอร์
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่านายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการบริหารและประธานกรรมการบริหารของบริษัท แอล. วี. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (“LVT”) ได้ส่งหนังสือร้องเรียนต่อเลขาธิการ ก.ล.ต. กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนและกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง นั้น
นายวสันต์ เทียนหอม รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การสอบถ้อยคำของ ก.ล.ต. เป็นการแสวงหาพยานหลักฐานประกอบการดำเนินการตามกฎหมายตามขั้นตอนปกติ ไม่มีการเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะสอบถ้อยคำคนไทยหรือชาวต่างชาติ ในกรณีเป็นชาวต่างชาติ จะเปิดโอกาสให้จัดหาล่ามมาเองได้ เพื่อให้เกิดความสบายใจว่ามีการแปลถูกต้อง ทั้งนี้ ผู้ให้ข้อมูลจะลงนามรับรองความถูกต้องทุกขั้นตอน ซึ่งในกรณีของนายเนียลเซ่น ได้มีการจัดหาผู้ที่ทำหน้าที่ล่ามด้วยตนเอง โดยล่ามได้แปลถ้อยคำให้ฟังก่อนลงนามรับรองด้วย นอกจากนี้ ก่อนที่จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย ก.ล.ต. ได้ให้โอกาสนายเนียลเซ่นชี้แจงและแสดงหลักฐานอย่างเต็มที่ ซึ่งนายเนียลเซ่นได้มีหนังสือชี้แจงเพิ่มเติมภายหลังการสอบถ้อยคำอีกหลายครั้ง
สำหรับเรื่องร้องเรียนของนายเนียลเซ่น ก.ล.ต. ได้รับเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของเรื่องร้องเรียน ซึ่งจะมีการแจ้งผลต่อผู้ร้องเรียนต่อไป
ทั้งนี้ นายเนียลเซ่น ถูกกล่าวหาใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาประโยชน์จากการซื้อขายหุ้น (อินไซเดอร์ เทรดดิ้ง) จาก ก.ล.ต. ซึ่งส่งผลให้นายเนียลเซ่น ตัดสินใจลาออกจากทุกตำแหน่งบริหารใน LVT เพราะต้องการต่อสู้อย่างเต็มที่กับข้อกล่าวหาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้กับตัวเอง
ล่าสุด นายเนียลเซ่น ทำหนังสือร้องเรียนต่อเลขาธิการ ก.ล.ต. เรียกร้องขอความเป็นธรรมในประเด็นหลักๆ ได้แก่ การไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนและกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่สอบสวนตั้งแต่เช้าถึงเย็นโดยไม่ให้พักรับประทานอาหารกลางวัน, ไม่ได้อ่านบันทึกคำให้การให้ฟัง และไม่ได้แปลเป็นภาษาอังกฤษ รวมถึงการที่คณะกรรมการตรวจสอบไม่ให้โอกาสในการอ้างอิงนำพยานบุคคลและพยานเอกสารมาหักล้างข้อกล่าวหา







