
หุ้นพุ่ง 58 จุด ปิดสูงสุดของวัน
หุ้นไทยพุ่งแรงกว่าภูมิภาค ปิดบวก 58 จุด มูลค่าซื้อขายกว่า 5.5 ล้านบาท
หุ้นไทยพุ่งแรงกว่าภูมิภาค ปิดบวก 58 จุด มูลค่าซื้อขายกว่า 5.5 ล้านบาท
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (11 ก.ค.) ปิดตลาดปรับพุ่งถึง 58.63 จุด หรือ 4.22% ทำปิดสูงสุดของวันที่ระดับ 1,447.04 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 55,123.52 ล้านบาท โดยปรับขึ้นอยู่ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเซีย แต่ขึ้นแรงกว่า ตอบรับข่าวประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หนุนให้มาตรการการเงินแบบผ่อนคลาย (QE) ต่อไป โดยหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ และกลุ่มพลังงาน รวมทั้งหุ้นขนาดกลางและเล็ก ที่ต่างทะยานขึ้นทั้งกระดาน
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกคือ
1. KTB ปิดที่ 19.60 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,932.94 ล้านบาท
2.PTT ปิดที่ 351 บาท เพิ่มขึ้น 8 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,582.19 ล้านบาท
3.PTTEP ปิดที่ 166.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,531.10 ล้านบาท
4.KBANK ปิดที่ 188 บาท เพิ่มขึ้น 13 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,455.88 ล้านบาท
5.INTUCH ปิดที่ 83.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,374.34 ล้านบาท
นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนส่วนบุคคล บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ภาพรวมการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทย ปรับตัวในแดนบวก ตามทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ค่อนข้างสดใส ขานรับหลังถ้อยแถลงเฟด ที่ระบุ ถึงการใช้มาตรการทางการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบกับก่อนหน้านี้ดัชนีหุ้นไทยได้ปรับตัวลดลงค่อนข้างแรง คาดว่าดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อไปถึงสัปดาห์หน้า ประเมินแนวต้านช่วง สัปดาห์หน้าไว้ที่ระดับ 1,450 - 1,480 จุด
ปัจจัยที่ควรต้องติดตาม คือ สถานการณ์การเมืองในประเทศ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซียและฟิลลิปินส์ (TIPs)
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนให้ลงทุนในลักษณะขึ้นขาย-ลงซื้อ และสามารถเลือกหุ้นขายทำกำไรได้หากดัชนีฯ ยืนเหนือระดับ 1,450 จุด ประเมินแนวรับแรกไว้ที่ระดับ 1,410 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,400 จุด และประเมินแนวต้านแรกไว้ที่ 1,450 จุด แนวต้านถัดไป 1,480 จุด







